digital marketing

Digital Marketing (อ่านว่า ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง) หรือ การตลาดดิจิทัล คือเรื่องที่คนทำธุรกิจและนักการตลาดในยุคนี้รู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเราไม่สามารถทำการตลาดแบบเดิม ๆ แล้วจะคาดหวังความสำเร็จเหมือนในอดีตได้ เพราะปัจจุบันผู้บริโภคกระโดดเข้ามาอยู่บนโลกออนไลน์แทนออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, Facebook, Instagram, Twitter, Line หรือจะ TikTok ที่มาแรงสุด ๆ ซึ่งนักการตลาดเช่นคุณจำเป็นต้องกระโดดตามเขาเข้าไป

ลูกค้าอยู่ไหน เราก็ตามไปทำการตลาดให้ถึงที่!

แต่อันที่จริงแล้ว การทำ Digital Marketing คืออะไร มีอะไรที่คุณต้องเริ่มทำบ้าง ยาก-ง่าย แค่ไหน จะช่วยให้คำตอบแบบจัดเต็มกับคุณเอง มาเริ่มกันเลย

Digital Marketing คืออะไร

Digital Marketing หมายถึง การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์หรือสื่อดิจิทัล (Digital Media) โดยองค์ประกอบสำคัญของ Digital Marketing จริง ๆ แล้ว แทบไม่ต่างจากการทำการตลาดทั่วไป เพราะธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง Brand Position, 4P และ SWOT ของตัวเองก่อน แล้วจึงมาวางแผนว่า จะทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไร เพียงแต่มีคำว่า “Digital” เข้ามากำกับว่า คอนเทนต์ที่เราสร้างขึ้นจะถูกเผยแพร่บนช่องทางดิจิทัล ตัวอย่างช่องทางในการทำ Digital Marketing ที่เป็นเทรนด์การตลาดในปี 2024 มีดังนี้

  • Search Engine (เครื่องมือที่เราเอาไว้ใช้สืบค้นข้อมูล เช่น Google, Yahoo!, Bing)
  • เว็บไซต์
  • Social Media เช่น Facebook, Twitter, Instagram, LINE, TikTok ฯลฯ
  • อีเมล
  • Mobile App ต่าง ๆ

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจสงสัยว่า ทำไมเราจึงต้องทำ Digital Marketing? เหตุผลอันดับแรก นั่นก็เพราะว่า ผู้คนได้ย้ายเข้ามาใช้เวลากว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตบนโลกดิจิทัลกันแล้ว สังเกตได้จากทุกวันนี้ ไม่ว่าเราต้องการจะซื้อสินค้าอะไร เรามักจะ Search ชื่อหรือประเภทสินค้าบน Google ก่อน เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หารีวิวบน YouTube และดูความคิดเห็นของคนอื่น ๆ บน Social Media ตลอดจนการซื้อของออนไลน์ ดังนั้น การที่แบรนด์จะไม่กระโจนเข้ามาทำการตลาดแบบดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งจึงถือว่าเสียโอกาสเต็ม ๆ

Digital Marketing คืออะไร

ขอบคุณรูปภาพจาก surveysparrow.com 

นอกจากนี้ โอกาสที่แฝงอยู่ในการตลาดแบบ Digital Marketing ยังเป็นอีกเหตุผลสำคัญ ที่สนับสนุนให้คุณเข้าสู่โลกดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ไม่ว่าจะเป็น การที่คุณสามารถเริ่มทำ Digital Marketing ได้เลย แม้ไม่มีงบประมาณ และการทำ Digital Marketing ยังเป็นการสื่อสารแบบ 2-ways Communication กล่าวคือ แบรนด์สามารถโต้ตอบ พูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ติดตามได้ ทำให้แบรนด์และผู้คนคุ้นเคยกันมากขึ้น พลิกแพลงกลยุทธ์การตลาดได้หลากหลาย และที่สำคัญการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง คือ การตลาดที่สามารถวัดผลได้! ทำให้เรารู้ว่าอะไรที่ได้ผล อะไรที่ต้องปรับปรุง ต้องปรับปรุงตรงไหน และทำให้แบรนด์รู้จักกลุ่มลูกค้าของตัวเองดียิ่งขึ้น อย่างที่การตลาดรูปแบบเดิม ๆ ไม่สามารถทำได้ ผ่านการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางการตลาด (MarTech) หลายๆ ตัว ที่ช่วยพัฒนาการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รู้จักกับ Martech ให้มากขึ้น อ่านต่อได้ที่: MarTech (Marketing Technology) คืออะไร แนะนำ 10 เครื่องมือที่น่าสนใจ

Digital Marketing ทำงานอย่างไร

หลักการทำงานของ Digital Marketing คือ การที่เราใช้สื่อต่าง ๆ แบบข้ามไปข้ามมา (Cross-media) สื่อสาร Key Message ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่หลากหลาย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) สร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจ หรือแม้กระทั่ง ‘ตีซี้’ กับกลุ่มเป้าหมายเหมือนเป็นเพื่อนแนะนำเพื่อนนั่นเอง

ทั้งนี้ กลยุทธ์การทำ Marketing Online ผ่านช่องทางดิจิทัล ที่นิยมใช้งานในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย

  • Social Media Marketing: การใช้ Social Media เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด สร้างความคุ้นเคยระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย
  • Content Marketing: การสร้างคอนเทนต์สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีหลายจุดประสงค์ด้วยกัน เช่น สร้างการรับรู้แบรนด์ ให้ข้อมูล พูดคุยมีปฏิสัมพันธ์​ (Engagement) หรือกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อ
  • Website Marketing: การทำการตลาดบนเว็บไซต์ เพราะเดี๋ยวนี้เว็บไซต์ก็เปรียบเสมือน “หน้าร้านหลัก” บนโลกออนไลน์ไปแล้ว 
  • SEO (Search Engine Optimization): การทำการตลาดบน Search Engine ทำให้กลุ่มคนที่น่าจะเป็นลูกค้าของเรา Search เจอเว็บไซต์ของร้าน
  • PPC (Pay Per Click) Advertising: หรือที่คุณรู้จักในนาม การยิงแอดบน Google ทำโฆษณาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นร้านในทันที และทำให้แบรนด์ของเรากลายเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย

เพิ่มพูนความรู้เรื่องการยิงแอด อ่านเพิ่มเติมที่: ยิงแอดคืออะไร มีกี่รูปแบบ วิธียิงแอดให้ปัง อัปเดตปี 2023

ทั้งนี้ การที่จะทำมาร์เก็ตติ้ง โดยใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจจะต้องทราบว่า กลุ่มเป้าหมายของเราใช้แพลตฟอร์มใดเป็นส่วนใหญ่ แล้วใช้แพลตฟอร์มนั้น ๆ เพื่ออะไร ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ การจะทำการตลาดช่องทางหลักของเราคงไม่ใช่ Instagram ที่เน้นโพสต์รูปภาพ นำเสนอความสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ แต่อาจจะเน้นการ Website Marketing และ SEO เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่ต้องการซื้อตรง ๆ และใช้ Social Media เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

โดยสรุปแล้ว การจะเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำ Digital Marketing เราจะดูว่า ช่องทางนี้ใช้เพื่ออะไร แล้วแต่ละช่องทางทำงานร่วมกันอย่างไร ส่งเสริมกันอย่างไรได้บ้าง เมื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เราก็จะวางกลยุทธ์ตลาด วางแผนคอนเทนต์ที่จะทำ และเริ่มทำมาร์เก็ตติ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไม Digital Marketing จึงสำคัญในยุคปัจจุบัน

ทำไมเราถึงไม่ควรพลาดทำ Digital Marketing ในยุคปัจจุบัน สำหรับเหตุผลแรกเราเกริ่นไปเบื้องต้นแล้วว่า เพราะผู้คนย้ายเข้ามาใช้เวลาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกันมากขึ้น ธุรกิจจึงต้องกระโจนเข้ามาทำการตลาดบนแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคใช้

แต่นอกจากนั้น ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่ตอกย้ำว่า “ธุรกิจควรคว้าประโยชน์จากการตลาดรูปแบบนี้เอาไว้”

  1. Digital Advertising คือ รูปแบบการตลาดที่ใช้งบประมาณต่ำกว่าทำโฆษณาแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) ลองคิดดูว่า หากต้องการลงโฆษณาบนโทรทัศน์หรือบิลบอร์ดทางด่วน เพียง 1 สัปดาห์ ธุรกิจอาจต้องเตรียมงบไว้ตั้งแต่หลักแสนหรือล้าน ในขณะที่โฆษณาออนไลน์ทำได้เจาะจงกว่า และยังใช้งบประมาณเบื้องต้นเพียงไม่กี่สิบบาท
  2. มีเทคโนโลยีและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ Digital Marketing ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาคอนเทนต์ (Content Marketing) รวมทั้งเครื่องมือติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ อีกมากมาย
  3. สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือ Audience ในการทำการตลาดได้แบบเจาะจง นำไปสู่การทำ Data Driven Marketing ไม่ต้องทำการตลาดแบบหว่านแห ช่วยประหยัดงบประมาณและได้เพิ่มประสิทธิภาพ
  4. ติดตามข้อมูลได้แบบ Real-time ซึ่งแตกต่างกับการทำการตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบน Platform Online
  5. ความพิเศษของ Digital Marketing คือ Channels ที่หลากหลาย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากมาย และสามารถออกแบบกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านการใช้ช่องทางต่าง ๆ ให้เหมาะกับจุดประสงค์การตลาดได้
  6. การทำแคมเปญการตลาด (Marketing Campaigns) บนโลกออนไลน์ ทำได้รวดเร็ว และใช้ต้นทุนน้อย สามารถวัดผลลัพธ์ ทดลองวิธีการได้ เอื้อทำให้ธุรกิจสามารถคิดหาวิธีทำการตลาดใหม่ ๆ 

Digital Marketing ช่วยให้แบรนด์และกลุ่มเป้าหมายใกล้ชิดกันมากขึ้น อย่างที่ Traditional Marketing ทำไม่ได้ เพราะมีช่องทางหรือ Channels ที่ใช้ร่วมกัน ติดต่อ พูดคุยกันได้ รวมทั้งสามารถช่วยให้คุณปิดการขายได้ภายในไม่กี่วินาที

อยากเรียนรู้การทำ Content ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย Digitaltips ขอแนะนำ “คอร์สเรียน Content Marketing Mastery”

Digital marketing กับ Online Marketing ต่างกันอย่างไรบ้าง

มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่ระหว่างสองคำ นั่นคือ Digital Marketing และ Online Marketing คือสิ่งเดียวกันไหม ถ้าต่าง แล้วต่างกันอย่างไรบ้าง?

สิ่งที่แยก Digital Marketing กับ Online Marketing ออกจากกัน คือ “อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่ใช้

  • Digital Marketing คือ การทำการตลาดบนอุปกรณ์ดิจิทัลหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ ก็ตาม ‘ทั้งใช้และไม่ใช้ Internet’ ไม่ว่าจะเป็นบนสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ SMS Message หรือแม้กระทั่งบิลบอร์ดที่เป็นจอ LED หรือแม้กระทั่งจอ LED Display ขนาดยักษ์ ที่ Time Square เราเรียกการทำการตลาดบนสื่อดิจิทัลเหล่านี้ ว่า Digital Marketing
  • Online Marketing คือ การทำการตลาดผ่านสื่อหรืออุปกรณ์ที่ ‘ต้องใช้ Internet’ มีการเชื่อมต่อกันระหว่างคอนเทนต์และผู้รับสารแบบออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย SEO PPC ฯลฯ

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า Online Marketing คือ Subset ของ Digital Marketing หรือ Digital Marketing เป็นคำที่กินความหมายกว้างกว่าและครอบคลุมคำว่า “Online Marketing” นั่นเอง

10 รูปแบบ digital marketing

หากคุณอยากเริ่มทำ Digital Marketing หน้าที่สำคัญของคุณ คือการทำความรู้จัก Channels และกลยุทธ์หลัก ๆ ที่ใช้ทำ Digtial Marketing ว่ามีอะไรบ้าง? แล้วแต่ละช่องทางเหมาะแก่การใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด  คุณจะได้เลือกใช้ช่องทางทำการตลาดที่เหมาะสมกับโปรดักต์ของเราและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ช่องทางหลัก ๆ ที่นิยมใช้ทำ Digital Marketing มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้จัก

  • เว็บไซต์ (Website)
  • Social Media เช่น Facebook, Line, Twitter, YouTube, Instagram ฯลฯ
  • อีเมล (Email)
  • Search Engine 

ส่วนกลยุทธ์สำหรับดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งที่คุณต้องทำ แต่ละอย่างจะเป็นอย่างไร อธิบายง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1. Pay-Per-Click Advertising (PPC)

paid search

กลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของการตลาดยุคดิจิทัล คือ Paid Search หรือ การทำโฆษณาบน Search Engine โดยเฉพาะ Google (เรียกว่าการทำ Google Ads) หรือที่บางทีเรียกว่า “PPC: Paid Per Click” เพื่อให้เว็บไซต์ของเราไปปรากฏบนหน้า Search (SERPs) เป็นอันดับต้น ๆ ตาม “คีย์เวิร์ด” (Keyword) ที่คนค้นหาเข้ามา เพื่อเพิ่มโอกาสที่คนจะคลิกเข้ายังเว็บไซต์ของเรา

โฆษณาแบบ Paid Search คือ การซื้ออันดับการแสดงผล โดยการซื้อโฆษณาบน Google เราจะต้องซื้อด้วยวิธีการประมูลหรือ Bidding “คีย์เวิร์ด (Keyword)” ที่คน Search ยกตัวอย่างเช่น เราซื้อคำว่า “รับแปลภาษา” หากมีคน Search ด้วยคำ ๆ นี้ บน Google แล้วเป็นจังหวะที่เราซื้อโฆษณาคำนี้อยู่ เว็บไซต์ของเราก็จะไปปรากฏเป็นผลการค้นหาอันดับต้น ๆ เหนือเว็บไซต์ที่ไม่ได้ทำ PPC (ซึ่งการที่ไม่ได้ซื้อโฆษณาแล้วทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาอันดับต้น ๆ ได้ เป็นเรื่องยาก แต่ทำได้ด้วยเทคนิค SEO)

Pay-Per-Click หรือ SEM คืออะไร อ่านต่อที่: SEM (Search Engine Marketing) คืออะไร ต่างจาก SEO อย่างไรหรือเรียนกับ Digital Tips ที่คอร์สสอน Google Ads

2. SEO (Search Engine Optimization)

paid search

SEO คือ เทคนิคหนึ่งในการทำ Digital Marketing มุ่งเน้นการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรก ๆ บนหน้า Search จุดประสงค์ก็เพื่อให้มีคนมองเห็นเว็บไซต์ของเรามากขึ้น เพิ่มจำนวนคนที่จะคลิกเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา โดย SEO นั้น ย่อมาจาก Search Engine Optimization แปลว่า การปรับแต่ง (เว็บไซต์) ให้เหมาะกับวิธีการทำงานของ Search Engine

ทั้งนี้ การจะทำ SEO จนเว็บไซต์ติดหน้าแรกหรืออันดับดี ๆ บน Google ได้ จำเป็นต้องมีหลายเทคนิคสำหรับปรับแต่งเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Keyword Research การทำคอนเทนต์เพื่อให้ตอบโจทย์ ตอบสิ่งที่คนสงสัย การปรับแต่งเว็บไซต์และเรื่องทางเทคนิคต่าง ๆ อีกมากมาย ถือเป็นอีกศาสตร์ Digital Marketing ที่ต้องศึกษาอย่างจริงจัง

ข้อดีของการทำ SEO คือ ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน สามารถนำพาคนเข้ามาในเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเพื่ออ่านข้อมูลหรือเลือกดูสินค้าได้เรื่อย ๆ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการทำ Inbound Marketing หรือการตลาดแบบแรงดึงดูด ศาสตร์การตลาดที่ช่วยดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาหาแบรนด์เอง แม้ไม่ได้เสียเงินซื้อโฆษณา

3. Content Marketing

Content Marketing คือ การที่แบรนด์ผลิตคอนเทนต์ขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็น เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) กระตุ้นหรือส่งเสริมการขาย เพื่อพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ติดตาม หรือเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หรือทำให้แบรนด์กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ทั้งนี้หากคุณต้องการเริ่มทำ Digital Marketing ตัวอย่างการทำ Content Marketing ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ มีดังนี้ 

  • บทความ หรือ บล็อก บนเว็บไซต์
  • ข้อความขายหรือ Copywriting บนโฆษณา ทั้ง Paid Search และ Social Ads
  • โพสต์ข้อความ โพสต์รูปภาพ บนโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง
  • วิดีโอสั้น วิดีโอยาว ทั้งบน Reels, TikTok, YouTube
  • อินโฟกราฟิก (Infographic)
  • เกมหรือ Interactive Contents

content marketing

คนไม่ได้เสพแบรนด์ แต่คนเสพคอนเทนต์ที่แบรนด์ทำและค่อย ๆ รู้จักสิ่งที่แบรนด์ขาย

หน้าที่ของ Content Marketing คือ การนำเสนอ Key Message ที่แบรนด์ต้องการสื่อสารไปหากลุ่มเป้าหมายในรูปแบบที่ผู้รับสาร “เคี้ยวง่าย” น่าสนใจ รวมไปถึงสนุก ตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วม 

ส่วนการจะทำคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์การตลาดได้จริง ๆ นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษากลุ่มเป้าหมายและการวางแผนคอนเทนต์ที่ละเอียด ต้องเข้าใจ Customer Journey, Marketing Funnels หรือสเตจในการตัดสินใจการซื้อของเขา เพื่อจะได้รู้ว่า ควรทำคอนเทนต์อะไรออกไปเพื่อตอบสเตจนั้น ๆ ส่วนคุณจะเลือกใช้สื่ออย่างไร หรือจะใช้ Influencer Marketing ก็เป็นเรื่องของการทำ Content Marketing เช่นเดียวกัน

Digital Marketing Funnel คืออะไร อ่านต่อที่: Marketing Funnel คืออะไร กลยุทธ์การตลาดพื้นฐานสำหรับการทำธุรกิจ

4. Social Media Marketing

Social Media Marketing คือ การทำ Digital Marketing บนสื่อสังคมออนไลน์  ซึ่งเป็นช่องทางทำการตลาดที่ธุรกิจ/แบรนด์จะพลาดไม่ได้ เพราะข้อมูลจาก We Are Social คนไทยใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ยมากถึงวันละ 3 ชั่วโมง (2.59 ชม.) และช่องทางโซเชียลมีเดียก็เป็นช่องทางที่แบรนด์สามารถติดต่อพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ติดตามได้โดยตรง ในทางตรงกันข้าม ผู้ติดตามก็สามารถพูดคุยหรือแม้กระทั่งสั่งซื้อสินค้ากับแบรนด์ได้ผ่านช่องทางนี้เช่นเดียวกัน

แล้วช่องทางทำ Social Media Marketing มีอะไรบ้าง (คัดเฉพาะที่คนไทยนิยมใช้)

  • Facebook (อย่าลืมให้ความสำคัญกับขนาดรูป Facebook ซึ่งอัปเดตทุกครั้งที่ Facebook Algorithm เปลี่ยนแปลง)
  • Line
  • Instagram
  • Twitter
  • TikTok
  • YouTube
  • Pantip
  • Blockdit
  • LinkedIn
  • Clubhouse

social media marketing

ตัวอย่างการทำ Social Media Marketing แคมเปญ “คู่หูหน้าพุ่ง” ของแบรนด์ Garnier
ทำคอนเทนต์ TikTok เป็น Challenge ให้คนเล่นเพื่อ Engage กับกลุ่มเป้าหมาย

การทำ Social Media Marketing มักใช้เพื่อสร้างการสร้างแบรนด์ และสร้างการมีส่วนร่วมหรือปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเป็นหลัก (Engagement) เพื่อทำให้ผู้คนค่อย ๆ คุ้นเคยกับแบรนด์หรือสินค้าของแบรนด์ ตลอดจนการใช้รีวิว การตลาดแบบปากต่อปาก (Word of Mouth) หรือ Influencer Marketing มาใช้ทำการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์อีกด้วย

วิธีสร้างเพจ Facebook อย่างละเอียดทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ >> วิธีสร้างเพจ Facebook

5. Influencer Marketing

สำหรับการทำ Digital Marketing ตัวอย่างกลยุทธ์ที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ก็ได้ผลมากเช่นเดียวกัน นั่นคือ การทำ Influencer Marketing หรือการที่แบรนด์เลือกโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางของ Influencer ซึ่งบางครั้งแบรนด์ก็มีส่วนร่วมในการคิดคอนเทนต์ ถ่ายทำ และอัดฉีดงบสำหรับยิงแอด Facebook หรือ Boost Post และในบางครั้ง Influencer ก็เป็นคนจัดการทุกกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้น แบรนด์เพียงจ่ายค่าจ้างเป็นรายโพสต์หรือรายโปรเจ็กต์เท่านั้น 

6. Email marketing

Email Marketing คือ การทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งผ่านอีเมล ซึ่งเป็นวิธีคลาสสิกในการทำ Digital Marketing ที่หลายคนมองข้าม แม้ว่าจริง ๆ แล้ว Email Marketing จะยังคงได้ผลดีในหลายธุรกิจด้วยกัน โดยเฉพาะธุรกิจประเภท B2B (Business to Business) ซึ่งถือเป็นช่องทางที่แบรนด์จะติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรงตามรายชื่อ

นอกจากนี้ อีเมลยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการทำ Inbound Marketing, Marketing Automation, Data-driven Marketing และ Personalization Marketing อีกด้วย เนื่องจากอีเมลจะต้องมีข้อมูลติดต่อและรายชื่อ (Contact) ของลูกค้าไว้ เมื่อเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีการตลาดต่าง ๆ หรือระบบดูแลลูกค้าอย่าง CRM ก็ทำให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น จากสิ่งเหล่านี้ ทำให้น่านฟ้าของการทำ Email Marketing ทำอะไรได้กว้างขวางอย่างที่ช่องทางอื่น ๆ ทำไม่ได้ เช่น

  • เสนอส่วนลดหรือข้อเสนอพิเศษเฉพาะบุคคล
  • แชร์บทความ คอนเทนต์ Newsletter ตามความสนใจรายบุคคล
  • นำเสนอสินค้าหรือบริการได้ให้แต่ละรายชื่อในจังหวะที่เหมาะเจาะ หรือตาม Customer Journey
  • ช่วยฟูมฟักคนที่น่าจะเป็นลูกค้า (Lead Nurturing) ให้มีโอกาสเป็นลูกค้ามากขึ้นตาม ตอบโจทย์ Marketing Funnel ได้ทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ ก่อนที่เราจะส่งอีเมลหาเขาได้ ความท้าทายข้อแรก คือ การขอข้อมูลติดต่อของลูกค้ามาให้ได้ โดยสิ่งที่เราจะทำเรียกว่า กลยุทธ์ Lead Generation หรือการขอข้อมูลจากลูกค้าเพิ่มเติม โดยเรามีบางสิ่งที่แลกเปลี่ยนให้กับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น E-book, คอนเทนต์คุณภาพ (Premium Content), คูปองส่วนลด, คู่มือ, หรือแม้กระทั่งการให้สิทธิ์ลองใช้ Free trial

7. Affiliate marketing

Affiliate Marketing คือ รูปแบบการทำ Digital Marketing รูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำลิงก์สินค้าหรือบริการของแบรนด์ (ในที่นี้เราจะเรียกว่า “ผู้ลงโฆษณา” หรือ “Advertiser”) ไปแนะนำให้คนอื่นหรือลูกค้าจริง ๆ (Customer) คลิกซื้อหรือทำอะไรบางอย่าง จากนั้นผู้แนะนำหรือ Publisher ก็จะได้ส่วนแบ่งเป็นค่าแนะนำที่เรียกว่า “ค่าคอม” (Commission) ซึ่งยิ่งมูลค่าของสินค้า/บริการยิ่งสูง ค่าคอมที่จะได้ก็จะยิ่งสูงตาม

ตัวอย่างแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ที่เปิดให้ทำ Affiliate Marketing

  • Amazon
  • Ebay
  • Envato creative market
  • Clickbank
  • Lazada
  • Shopee
  • TikTok Shop
  • Youpik

และนอกจากเราจะสามารถนำลิงก์ของคนอื่นมาแนะนำทำ Affliate Marketing ได้แล้ว ในมุมของการทำธุรกิจหรือแบรนด์ เราก็สามารถให้คนอื่นช่วยแนะนำลิงก์เว็บไซต์หรือสินค้าของเราได้เช่นกัน นี่เป็นอีกกลยุทธ์ Digital Marketing ที่อาจช่วยให้แบรนด์ขายของได้มากขึ้นหรือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนก็ได้

8. Mobile marketing

Mobile Marketing คือ การทำ Digital Marketing ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ถือเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว โดยการทำ Mobile Marketing สามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การส่ง SMS, MMS Message หรือยิงโฆษณาผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้ในมือถือ (In-App Marketing) เป็นต้น ทั้งนี้ การทำการตลาดบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ สามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายผ่าน GPS ได้ เช่น เมื่อคนเดินผ่านหรืออยู่ในละแวกร้าน ก็สามารถส่งคูปองส่วนลดผ่าน SMS ได้

9. Video Marketing

หัวใจสำคัญของการทำ  Digital Marketing Strategy คือ การทำให้คอนเทนต์เข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยบริหารจัดการงบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่ง Video Marketing คือเทคนิคที่ตอบโจทย์มากที่สุดในขณะนี้ เพราะสามารถเริ่มทำได้ง่าย เพียงใช้สมาร์ทโฟนแค่เครื่องเดียว และไม่จำเป็นต้องพึ่งพากองถ่ายใหญ่ ๆ เหมือนการถ่ายโฆษณาสมัยก่อน ที่สำคัญ! ผู้ชมในปัจจุบันมักใช้เวลาไปกับการเสพคอนเทนต์วิดีโอ เทคนิคนี้จึงเป็นตัวช่วยชั้นดีที่สามารถเชื่อมคุณกับลูกค้าเข้าหากันได้

10. Display Advertising

paid media

ตัวอย่าง Paid Media โฆษณาแบนเนอร์บนเว็บไซต์
Display Ads / Banner Ads (GDN)

Display Advertising คือ การทำ Digital Marketing ผ่านป้ายโฆษณาแบบภาพเคลื่อนไหว เช่น โฆษณาบนบิลบอร์ด หรือโฆษณาบน Digital Signage เป็นต้น อย่างไรก็ดี บางตำราก็ระบุว่า การซื้อโฆษณาบน Google, Youtube, Facebook รวมถึงการ LIVE บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จัดอยู่ใน Display Advertising ด้วย ดังนั้น การโปรโมทเพจ Facebook ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการสร้าง Display Advertising เช่นเดียวกัน

กลยุทธ์ในการทำ Digital Marketing

คุณได้รู้จักกับ Digital Marketing อย่างรอบด้านแล้ว อันดับต่อไป คือการทำ  Digital Marketing ให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และนี่คือ 5 กลยุทธ์ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้

  • กำหนด Target Audience ให้แน่ชัด: Target Audience จะมีผลอย่างมากกับ Digital Marketing ที่จำเป็นต้องพึ่งพาการยิงแอด
  • กำหนดเป้าหมายของการทำมาร์เก็ตติ้งให้แน่ชัด: แน่นอนว่า Digital Marketing Tools คือ ตัวช่วยสำคัญในการวางแผน  Digital Marketing แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ “เป้าหมายในการทำการตลาด” ซึ่งคุณจะต้องกำหนดให้แน่ชัด เช่น เพื่อเพิ่มยอดขาย เพิ่มจำนวนสมาชิกในระบบ หรือเพิ่ม Engagement เป็นต้น
  • เลือกใช้ Channels ให้เหมาะสม: การทำ Digital Marketing ในช่องทางที่แตกต่างกัน ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน คุณจึงควรสำรวจดูก่อนว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณมักเสพโฆษณาหรือคอนเทนต์ Channels ไหน ก่อนตัดสินใจเลือก
  • สร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดใจ: ศิลปะในการเขียน การดีไซน์ และการถ่ายทำ สำคัญต่อการสร้างชิ้นงาน เพราะเป็นปราการด่านแรกที่กั้นคุณกับกลุ่มเป้าหมายไว้ เพราะพวกเขาจะเปิดใจให้กับแบรนด์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของคอนเทนต์
  • วัดผลและวิเคราะห์ผลให้แม่นยำ: ในการทำ Digital Marketing คุณควรให้ความสำคัญกับการสำรวจ Insights และนำมาวิเคราะห์ผลให้แม่นยำ เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดให้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ Digital Marketing

หากคุณอยากเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ Digital Marketing นี่คือ 5 เคล็ดลับที่ Digital Tips อยากแชร์ให้กับคุณ!

  • สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพคับแก้ว ทั้งเนื้อหาที่ถูกต้อง ตรงประเด็น ภาพกราฟิกที่มีคุณภาพคมชัด และวิดีโอที่ถ่ายทำตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
  • อย่าลืมให้ความสำคัญกับเรื่อง User Experience หรือ ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เพราะแม้ว่าคอนเทนต์จะดี แต่หากทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกได้ถึง “ความยาก” การทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในครั้งนั้นก็จะสูญเปล่า
  • เมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ๆ แนะนำให้ดูจาก Data เป็นหลัก หลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัว หรือความชอบของใครคนใดคนหนึ่ง
  • หมั่นอัปเดตการทำคอนเทนต์ให้ตรงเทรนด์ และสอดรับกับเทคโนโลยีในช่วงเวลานั้น ๆ
  • ลองผิดลองถูกหลาย ๆ ครั้ง ก่อนตัดสินใจทำ Digital Marketing ด้วยกลยุทธ์นั้น 

อ่านบทความตัวช่วยสำคัญในการทำ Digital Marketing ยุคใหม่ “AI คืออะไร?

เครื่องมืออะไรบ้าง ที่น่าสนใจในการทำ Digital marketing ในปัจจุบัน

การทำ Digital Marketing จะขาดเครื่องมือการตลาด หรือ MarTech (Marketing Technology) ไปไม่ได้ เพื่อที่เราจะเข้าใจความสนใจ ความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งบริหารสื่อหรือทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีที่ช่วยขายของแทนเราได้

ซึ่ง MarTech ที่นักการตลาดหน้าใหม่ควรทำความรู้จักเอาไว้ เราขอแนะนำเครื่องมือหรือ Technology Digital เหล่านี้

  • Google Analytics: เครื่องมือสำหรับดูข้อมูลเว็บไซต์ของเรา ดูว่ามีคนเข้ามาเยี่ยมชมมากเท่าไหร่ เป็นใครบ้าง
  • Google Search Console: เครื่องมือสำหรับดูแลเว็บไซต์ ตรวจดูว่าเว็บไซต์ของเราอยู่อันดับที่เท่าไหร่บน Google
  • Google Tag Manager: เครื่องมือสำหรับติดตั้งแท็กหรือสคริปต์ไว้บนเว็บไซต์แบบง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องเข้าไปรื้อโค้ดหลังบ้าน ช่วยให้การติดแท็ก และเปิด-ปิดการทำงานของแท็กทำได้สะดวก
  • Hotjar เครื่องมือตรวจจับ Heatmap การใช้งานบนเว็บไซต์ รู้ว่าคนคลิกอะไร ใช้เวลาอ่านคอนเทนต์ส่วนไหนของเว็บไซต์ของเรามากที่สุด
  • Facebook Page, Facebook Business, Facebook Ads Manager: เครื่องมือสำหรับนักการตลาดสาย Facebook ใช้ดูข้อมูลผู้ติดตาม และใช้สำหรับยิงแอด Facebook
  • Google Ads (หรือ Google Adwords ชื่อเก่า): เครื่องมือสำหรับใช้ทำและยิงแอด Google หรือ PPC
  • WordPress: ระบบบริหารคอนเทนต์ (CMS: Content Management System) ช่วยให้การลงคอนเทนต์บนเว็บไซต์หรือสร้างเพจใหม่ ๆ ในเว็บไซต์เป็นเรื่องง่าย แม้จะเขียนโค้ดไม่เป็น
  • Similarweb: เครื่องมือใช้สืบข้อมูลเว็บไซต์ของคู่แข่ง
  • Keyword Research Tools: เครื่องมือสำหรับดู “คำค้น” หรือ “Keyword” ที่คนค้นหา ดูว่าคนค้นหาอะไร เพื่อทำคอนเทนต์และ SEO รวมถึงเลือกคำสำหรับทำ PPC
  • CRM: Customer Ralationship Management: เครื่องมือบริหารความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า ช่วยติดตามและเก็บข้อมูลลูกค้า ตลอดจนเป็นเชื่อมต่อและใช้ทำ Email Marketing และ Marketing Automation
  • Chat GPT: เป็นหนึ่งใน AI ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในยุคปัจจุบัน สามารถช่วยในการหาไอเดียในการทำ Content การตลาดได้

คำถามที่พบบ่อย

1. ตำแหน่ง Digital Marketing มีหน้าที่ทำอะไร? 

หน้าที่ของบุคลากรตำแหน่ง Digital Marketing คือ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ประมวลผล และสร้างสรรค์ออกมาเป็นแผนการตลาด อาจกล่าวได้ว่า ตำแหน่ง Digital Marketing คือ นักวางกลยุทธ์ ที่ทุก ๆ ธุรกิจออนไลน์จะขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม Digital Agency คือ ที่ที่ Digital Marketer  มักจะรวมตัวกันอยู่ เพื่อรับหน้าที่ดูแลการทำการตลาดให้กับธุรกิจแขนงต่าง ๆ 

2. ธุรกิจประเภทใดควรแก่การทำ Digital Marketing? 

อันที่จริงแล้ว ทุกธุรกิจสามารถทำ Digital Marketing ได้ ขอเพียงแค่คุณเริ่มทำความคุ้นเคยกับช่องทางออนไลน์ และทำความรู้จักกับ Digital Marketing Tools ให้ได้มากที่สุด ก่อนเริ่มทำ  Digital Marketing

สรุปเรื่อง Digital Marketing

Digital Marketing คือ การทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งมีอยู่หลากหลายช่องทาง เช่น Website, Google, Email, Facebook, Twitter, LINE, YouTube, TikTok, Instagram ฯลฯ

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์การทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเอง ก็มีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ทั้งเรื่องของการทำคอนเทนต์ การบริการสื่อ การใช้สื่อ การทำโฆษณา นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการการใช้เทคโนโลยีหรือ MarTech ที่จำเป็นต้องใช้อีกเช่นกัน

จักรวาลของการทำ Digital Marketing นั้นกว้างใหญ่ ทั้งในมุมของโอกาส ความเปิดกว้าง ที่ให้ธุรกิจหรือแบรนด์เข้าไปคว้า เข้าไปสร้างสรรค์ทำการตลาดรูปแบบใหม่ ๆ และก็ยังหมายถึงขอบเขตความรู้ที่กว้างใหญ่ไพศาล มีอะไรให้เราต้องเรียนรู้อีกเยอะแยะมากมาย ดังนั้น นักการตลาดเช่นคุณ จึงไม่ควรหยุดเรียนรู้ในทุก ๆ วันนั่นเอง

 

Barter Media คืออะไร?
Business | Marketing
Barter Media คืออะไร? วิธีการแลกเปลี่ยนสื่อแบบใหม่ที่คุณควรรู้

ในยุคที่เกมเศรษฐกิจค่อนข้างท้าทาย ธุรกิจสื่อรวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องหาหนทางประชาสัมพันธ์แบบลดค่าใช้จ่าย หรือหารายได้ทางอ้อมผ่านการใช้ Barter Media หากคุณเองเพิ่งจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้เป็นครั้งแรก มาทำความรู้จักกับวิธีการนี้ให้มากขึ้นกัน! >>…

คัมภีร์ 7 เทคนิค Viral Marketing เปลี่ยนคอนเทนต์นิ่ง ๆ เป็นเทรนด์ฮิต
Marketing | Social Media Strategy | TikTok
คัมภีร์ 7 เทคนิค Viral Marketing เปลี่ยนคอนเทนต์นิ่ง ๆ เป็นเทรนด์ฮิต

ยุคนี้ สมัยนี้ ทำคอนเทนต์อะไรขึ้นมาทีก็ต้อง Go Viral เพราะทุก ๆ คอนเทนต์ที่มีโอกาสปรากฏบนหน้าฟีดจากหายไปจากสายตาเร็วมาก หากไม่ได้เห็นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ…

Kalodata คืออะไร ใช้ฟรีไหม ดีต่อคนทำ Marketing อย่างไร
AI Marketing | Marketing | TikTok
Kalodata คืออะไร ใช้ฟรีไหม ดีต่อคนทำ Marketing อย่างไร

ใครทำ TikTok Marketing ห้ามพลาด! Digital Tips ขอแนะนำ Social Listening ที่ดีที่สุดสำหรับคนทำ TikTok อย่าง…