<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>digitaltips Archives - Digital Tips Academy</title>
	<atom:link href="https://thedigitaltips.com/blog/tag/digitaltips/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>Online Digital Marketing Course</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2020 11:50:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2023/03/download-150x150.png</url>
	<title>digitaltips Archives - Digital Tips Academy</title>
	<link></link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมฆ นิธิ : เราต้องรู้ว่าในอนาคตลูกค้าต้องการอะไร ในวันที่พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปแล้ว</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-mycloud/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2020 07:42:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[digital]]></category>
		<category><![CDATA[digitaltips]]></category>
		<category><![CDATA[Fulfillment]]></category>
		<category><![CDATA[MyCloudFulfillment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com?p=7263</guid>

					<description><![CDATA[<p>เก็บ-แพ็ค-ส่ง บริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร ของ MyCloudFulfillment สำหรับธุรกิจ E-Commerce ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ในการจัดการร้านค้าให้ง่ายขึ้น ไม่เพียงแค่ one-stop...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-mycloud/">เมฆ นิธิ : เราต้องรู้ว่าในอนาคตลูกค้าต้องการอะไร ในวันที่พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปแล้ว</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>เก็บ-แพ็ค-ส่ง</strong> บริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร ของ MyCloudFulfillment สำหรับธุรกิจ E-Commerce ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ในการจัดการร้านค้าให้ง่ายขึ้น ไม่เพียงแค่ one-stop solution แต่ยังช่วยต่อรอง แก้ปัญหาความยุ่งยากในการตอบความต้องการของลูกค้าที่ทันสมัย และหาการจัดส่งที่คุ้มค่าที่สุดและเหมาะสมที่สุดให้ลูกค้า </span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ในยุคที่การค้าขายผ่านออนไลน์กำลังเติบโตมากที่สุด แบบที่ว่าไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ใคร ๆ ก็สามารถขายของได้ แต่การขายสินค้าในโลกออนไลน์อย่างมืออาชีพ ไม่ได้มีความสำคัญแค่การโพสต์เท่านั้น หากต้องการให้ธุรกิจเติบโต ตอบโจทย์ทุกค้าได้ดีต้องใส่ใจทั้งกระบวนการด้วย ทั้งสต็อกสินค้า จัดส่งของไม่ผิด บริหารจัดการทางบัญชีได้ ระบบจัดการแบบครบวงจรนี้ ช่วยให้แม่ค้าออนไลน์ประหยัดเวลาในการจัดการ เพียงคีย์ออเดอร์ แจ้งว่าสินค้าไปส่งที่ไหนบ้าง ระบบการจัดการก็สามารถเชื่อมต่อระบบการขายอัตโนมัติ ด้วยโปรแกรมการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ API ไปเชื่อมต่อกับ Lazada, Shopee ก็สามารถนำออเดอร์มาให้โดยอัตโนมัติได้ ถ้าสต็อกคงเหลือเท่าไหร่ก็จะอัปเดตไปให้ โดยที่เจ้าของร้านไม่ต้องเข้ามาตรวจนับสต็อกเองอัตโนมัติ พร้อมกับแจ้งเตือนด้วยหากถึงเวลาต้องเติมของ ประหยัดเวลา มีเวลาไปทำอย่างอื่นง่ายขึ้น </span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>คุณเมฆ นิธิ สัจจทิพวรรณ</strong> กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง MyCloudFulfillment สตาร์ทอัพที่เป็นผู้นำด้านบริการคลังสินค้าออนไลน์ ผู้อยู่เบื้องหลังร้านค้าออนไลน์จำนวนมาก เล่าว่า เปิดธุรกิจนี้มาแล้ว 5 ปี แม้ว่าธุรกิจคลังสินค้าออนไลน์จะเริ่มเยอะขึ้น ในตลาดมีประมาณ 30 แห่ง แต่ไม่ได้แข่งขันกันรุนแรงเกินไป ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ร่วมกันได้ การ <strong>“ตามใจลูกค้าที่สุด” </strong>เป็นจุดเด่นของคลังสินค้า MyCloud ยึดหลักบริการด้วยความแตกต่าง ที่สามารถ Customize ได้ 5 level ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าของลูกค้าให้ดูดี และมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นได้ ไม่ว่าจะต้องการเพิ่มเติมชิ้นส่วนพิเศษก่อนทำการส่ง เช่น แนบการ์ดขอบคุณลูกค้า หรือการผูกโบว์สำหรับสินค้าในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้เรายังมีบริการเสริมอื่น ๆ เพื่อคุณภาพของสินค้าที่ดีขึ้น เช่น การรีดผ้า เขียนข้อความใส่กล่องสินค้า ติด label ที่สินค้า ประกอบสินค้าก่อนส่ง แตกห่อและจับเซ็ทสินค้าตามโปรโมชั่น หรือตามความต้องการของลูกค้า และอื่น ๆ โดยมีค่าบริการเริ่มต้นเพียง 15 บาท</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7267" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-5_0.jpg" alt="" width="900" height="506" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-5_0.jpg 900w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-5_0-300x169.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-5_0-768x432.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-5_0-610x343.jpg 610w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>วิกฤติโควิดทำยอดสั่งซื้อออนไลน์เติบโต ออเดอร์ในคลังโตขึ้น 3 เท่า ใน 3 เดือน</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม เหมือนบีบให้การค้าขายลงสู่ถนนออนไลน์โดยอัตโนมัติ จนทำให้แทบทุกพื้นที่รวมกว่า 1 หมื่นตารางเมตร ของคลังสินค้าทั้ง 3 แห่งของ MyCloud แทบไม่มีพื้นที่ว่าง อัดแน่นด้วยสินค้าประมาณ 200,000 SKUs (Stock Keeping Units)</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ออเดอร์เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีประมาณ 45,000 ออเดอร์  เดือนมีนาคมเพิ่มเป็น 50,000 ออเดอร์ และเดือนเมษายน ออเดอร์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็น 150,000 ออเดอร์</span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong><span style="font-size: 24pt;">“เพราะทุกคนต้องขึ้นมาออนไลน์หมด ถึงจะขายได้ มันไม่มีทางเลือกอื่น ไปห้างก็ไม่ได้ไปซื้อของตามปกติก็ไม่ได้”</span></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>สินค้าอะไรขายดี อะไรขายไม่ดี </strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จากมุมมองผู้ควบคุมคลังสินค้า “เมฆ” มองเป็น 4 พฤติกรรมหลักที่เปลี่ยนไป ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>1.การกักตุนสินค้า</strong> ทำให้สินค้าบางชนิดที่กลัวว่าจะหาซื้อไม่ได้แล้วจึงต้องรีบซื้อ โดยเฉพาะสินค้าจำพวก FMCG (Fast Moving Consumer Goods) สินค้าอุปโภคบริโภคที่คนทั่วไปต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำอัดลม ขนม และสินค้าที่ซื้อตามห้างไม่ได้ ก็หันมาซื้อช่องทางออนไลน์แทน ส่วนใหญ่มักซื้อยกแพ็คเพราะราคาถูกกว่า เพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">“เครื่องสำอางกลายเป็นของสำคัญประจำตัวผู้หญิงไปแล้ว เพราะถือว่าเป็นของที่ขาดไม่ได้ เพราะคนต้องยังแต่งหน้า ยังต้องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก็เลยยังต้องใช้เครื่องสำอางอยู่ ถือว่าเป็นสินค้าที่พลิกมาได้ดีในช่วงนี้”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">แบรนด์หลาย ๆ แบรนด์ที่อยู่ในคลังเราทำยอดสูงสุดช่วงนี้ เราทำให้กับร้านรวมเครื่องสำอาง ร้านดังเจ้าหนึ่งของเมืองไทย ยอดออนไลน์เค้าโตขึ้น 5 เท่า ภายในเดือนเดียว อย่างข้อมูลจาก Alibaba ยอดขายอายแชโดว์ ก็เพิ่มขึ้น 150% ลิปสติกบางแบรนด์โตขึ้น 7 เท่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>2.สินค้าที่เปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรมของคนที่อยู่บ้านมากขึ้น</strong> สินค้าบางอย่างที่ใช้ในบ้าน ก็ใช้เยอะขึ้น พวกของตกแต่งบ้านเล็ก ๆ เช่น โต๊ะ เครื่องทำอาหาร หม้อทอดไร้น้ำมัน ทัพพี ขายได้มากขึ้น สินค้าเหล่านี้เป็นกลุ่มที่สินค้าที่คนมาซื้อเพื่อให้ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้นในบ้าน รวมถึงคอมพิวเตอร์ สินค้ากลุ่มไอที ซึ่งแต่ละอย่างมีอัตราเติบโต ประมาณ 2-3 เท่าตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>3.สินค้าชนิดใหม่</strong> ที่โตก้าวกระโดดขึ้นมา เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น แอลกอฮอล์ แม้ว่าจะไม่ใช่สินค้าที่โด่งดังมาก่อน ก็เติบโตขึ้นมากในช่วงนี้ บางแบรนด์เติบโตขึ้น 6 เท่า เช่น หน้ากากอนามัย ทิชชู่เปียก เบบี้ไวพส์ ผ้าเช็ดทำความสะอาด แอลกอฮอล์ และยาฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูล หลายคนซื้อเก็บไว้เยอะ ก็เติบโตเป็นพิเศษในช่วงนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>4.สินค้าที่คนเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้ว</strong> คือ เมื่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวหายไป ทำให้สินค้าบางอย่างหายตามไปด้วย เช่น พวกแฟชั่น ยอดสต็อกสินค้าในคลังตกลงไปประมาณ 50% เพราะว่าแฟชั่นคนเราแต่งตัวไปข้างนอกเพื่อเสริมให้ตัวเองดูดี แต่เมื่อต้องอยู่บ้านไม่ได้ไปโชว์ใคร ก็กลายเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เช่น แว่นกันแดด หมวก รองเท้า กระเป๋า จึงเป็นสินค้าที่ยังไม่ได้ถูกใช้ตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ขณะเดียวกันเสื้อผ้าแฟชั่นบางแบรนด์ พยายามเปลี่ยนตัวเองมาเป็น look good in protection คือใส่หน้ากากยังไงให้ดูแตกต่าง เช่น หน้ากากผ้า Greyhound และบางแบรนด์ปรับตัวนำแฟชั่นเข้ามาเสริม ทำถุงมือก็ทำถุงมือลายให้ดูสวยงาม ไม่ใช่แค่ใส่แล้วทิ้ง เพื่อเป็นกลยุทธ์ประคับประคองธุรกิจในช่วงวิกฤตินี้ แม้ว่ายอดขายลด แต่ความที่คนยังรู้สึกอยากแตกต่าง อยากดูดียังมีอยู่ แค่เปลี่ยนไปในทางอื่นแค่นั้นเอง</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7264" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-8_0.jpg" alt="" width="900" height="506" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-8_0.jpg 900w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-8_0-300x169.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-8_0-768x432.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-8_0-610x343.jpg 610w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ตลาดออนไลน์ยังคึกคัก แม้โควิดจะจบไป แต่ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยนไปแล้ว</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จากประสบการณ์ผู้อยู่เบื้องหลังร้านความสำเร็จของออนไลน์ “เมฆ” เชื่อว่าพฤติกรรมคนส่วนใหญ่จะยังอยู่บ้านอีกสักพัก แม้ว่าโควิดจะหมดไปแล้วก็ตาม คือ คนยังไม่ได้ไปปาร์ตี้ ไม่ได้ไปคอนเสิร์ต ไม่ได้กล้ากินข้าวนอกบ้านขนาดนั้น หลาย ๆ อย่างจะยังอยู่อีกสักพัก แม้ว่า ณ วันนั้นจะมีวัคซีนมาแล้วก็ตาม เพราะว่าวันนี้เราเรียนรู้แล้วว่า ถ้าวันหนึ่งมีภัยพิบัติเกิดขึ้น อาจทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปเลยก็ได้ คนก็จะระมัดระวังการใช้ชีวิตมากขึ้น  เช่น การทำอาหาร เมื่อก่อน eat out กันเยอะ วันนี้กลับมา eat in กลับมาลองทำอาหารดู ก็รู้สึกว่าทำกับข้าวเป็นแล้ว มันก็ไม่ยากนะครับ แล้วก็สบายด้วย อย่างเช่นสินค้าบางอย่างในการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น เพราะคนใช้เวลาส่วนตัวอยู่ในบ้านมากขึ้น กิจกรรมการตกแต่งบ้านยังอยู่ สินค้าบางอย่างก็ยังอยู่ เช่น พวกกลุ่มไอที อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าที่ทำให้คนเกิดความสะดวกสบาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">“มันก็จะเป็นการลงทุนที่ทุกระดับต้องใช้เลย เช่น เมื่อก่อนคนอาจจะไม่คิดซื้อคอมพิวเตอร์น้อยกว่าซื้อรถ แต่สถานการณ์นี้คนจะอยากซื้อคอมพิวเตอร์มากกว่าซื้อรถด้วยซ้ำ จากพฤติกรรมที่คนจะอยู่บ้านมากขึ้น”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">และแม้ว่าจะวิถีชีวิตแบบเดิมจะกลับมา แต่คนจะไม่ไปซื้อสินค้าออฟไลน์ ตามร้านค้า หรือ ห้างต่าง ๆ มากนัก เพราะวิกฤตินี้เร่งคนได้เรียนรู้และทดลองการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ก็จะรับรู้ว่ามีความคุ้มค่า และสะดวกสบายขึ้น เช่น สินค้าในชีวิตประจำวันบางอย่าง ถ้าต้องไปซูเปอร์มารเก็ตเพื่อซื้อของมันก็หนักน่ะ หากซื้อปริมาณจำนวนมาก แต่หากบางคนได้ทดลองซื้อทางออนไลน์แล้ว ก็จะรู้ว่าโอเค กับการส่งสินค้าถึงบ้าน จากนั้นก็จะปรับพฤติกรรมมาซื้อสินค้าทางออนไลน์ต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ส่วนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ก็ต้องศึกษาไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปแล้วของลูกค้า ว่าไลฟ์สไตล์เหล่านี้เขาต้องการอะไรมากขึ้น ขณะเดียวกันสินค้าหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็จะมีหายไป พวกแอลกอฮล์ยังไงก็ต้องร่วงอยู่ดี แต่การทำความสะอาด ที่ใช้นอกบ้าน พวกทิชชู่เปียกก็ยังใช้ได้อยู่ แต่ก็ยังไม่แน่นอนมาก ต้องจับตาดูต่อไปเรื่อย ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>โควิด-19 เทรนด์การตลาดเปลี่ยนเร็ว จาก </strong><strong>Globalization </strong><strong>สู่ </strong><strong>Localization</strong> <strong>โอกาสของสินค้าท้องถิ่น</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จากที่เคยใช้ชีวิตในยุค Globalization มีการเคลื่อนย้ายคน มีการเชื่อมต่อการเดินทางของคน การค้าขายทั้งจากอเมริกา และจีน หลังจากนี้จะมีการปิดโลกและอยู่กันเองมากขึ้น ดังนั้นจากนี้จะโอกาสทางธุรกิจภายในประเทศมากขึ้น มีการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นมากขึ้น เพราะผู้บริโภคทำให้มั่นใจได้มากขึ้น มีความ Trust มากกว่า เช่น ผู้ซื้อรู้ว่าสินค้านี้เป็นของป้าคนข้างบ้าน หรือเคยเห็นโรงงานที่มาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็รู้สึกว่าสินค้าเหล่านี้ดีไว้ใจได้ ตอนนี้สินค้าท้องถิ่นหลายอย่างก็จะขายได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น รองเท้านันยาง แม้ว่าจะไม่ใช้รองเท้าที่ดีที่สุด แต่เป็นรองเท้ามีคุณภาพ คุ้มค่า และเชื่อใจได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>อย่าทำตามเทรนด์ “อะไรที่ขายดี” จำไว้เลยว่า “มันไม่ทันเสมอ”</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">การทำงานของ “เมฆ” ที่สัมผัสทั้งปัญหาและโอกาสของการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโรคระบาดโควิด-19 ที่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ตลาดนัด และแผงค้าทุกแห่งถูกปิดชั่วคราว ยอมรับว่าตอนนี้คนหันมาขายของออนไลน์เยอะมาก แต่หลายคนก็ขายไม่ดี <strong>“เมฆ”</strong> มองว่า  <span style="font-size: 18pt;"><strong>&#8220;คนที่มาขายของออนไลน์แล้วคิดว่าจะรวย ต้องเปลี่ยนความคิดนี้&#8221;</strong></span> ไม่ใช่หน้ากากขายดีก็ขายหน้ากาก เจลขายดีขายเจลดีกว่า ตอนนี้สิ่งเหล่านี้มันไม่ทันแล้ว ไม่ต้องคิดจะทำเลย ให้ไปมองข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรหลังจากนี้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>ถ้าจะลงทุนขายของ</strong> ให้คิดหาสินค้าที่จะแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร เช่น ความสะอาด หรือ การปลอดเชื้อโรค แม้ว่ายุคการขายหน้ากากและเจลจะพ้นไปแล้ว ต้องคิดต่อว่าสเต็ปต่อไปคืออะไร เช่น บางคนคิดค้นเครื่องยูวีทำความสะอาดกุญแจรถ ทำความสะอาดธนบัตร หรือ โทรศัพท์มือถือ ที่สามารถทำความสะอาดและให้ความมั่นใจมากขึ้นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ส่วนการทำอาหาร นอกจากซื้อวัตถุดิบแบบส่งถึงบ้าน มีหม้อทอดไร้น้ำมันแล้ว มันจะมีอะไรได้อีกไหม ผู้บริโภคก็จะยังมีความต้องการอีก เช่น บางคนทำอาหารไม่เป็น ก็อาจจะมีชุดอาหารส่งให้ที่บ้าน เตรียมวิธีปรุงมาให้แล้ว สามารถนำไปผัดแล้วอร่อย เหมือนนั่งกินในร้านอาหารได้เลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"> “อยากให้คนทำของขาย อย่าเลยเด็ดขาดที่จะตามเทรนด์ อะไรที่ขายดีจำไว้เลยว่า มันไม่ทันเสมอ ให้มองว่าไลฟ์สไตล์ของคนที่กำลังอินเทรนด์ เป็นไลฟ์สไตล์ของคนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ให้ไปดูว่าไลฟ์สไตล์ของคนนี้มีปัญหาอะไร แล้วในอนาคตเขาต้องการอะไรเพิ่มขึ้น จากวันนี้”</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7265" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-7_1.jpg" alt="" width="900" height="506" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-7_1.jpg 900w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-7_1-300x169.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-7_1-768x432.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-7_1-610x343.jpg 610w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>แชร์เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไร ให้ขายดีขึ้น</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">เริ่มจากศึกษาเทรนด์ผู้บริโภค เป็นยุคที่ผู้ค้าต้องโปร่งใส เพราะลูกค้า Prosumer มีข้อมูลรอบด้านในการตัดสินใจซื้อ โดยข้อมูลที่ให้ลูกค้าไม่ควรมีแค่ทางเดียว แต่ควรมีครบทุกสื่อโซเชียล จนสามารถบอกกันปากต่อปากได้ ไปบอกต่อเพื่อน ๆ ได้ด้วย  <strong>หากถ้าเพิ่งเริ่มขาย</strong> ต้องไปคิดถึงลูกค้าให้ชัดเจนก่อนคิดว่าจะขายอะไร และแนะนำให้ไปดูคลิป Start with WHY ของ Simon Sinek <strong>แต่ถ้ามีสินค้ามาแล้ว</strong>กำลังหาช่องทางการขาย จะต้องรู้ก่อนว่าช่องทางการขายแต่ละอันไม่เหมือนกัน ถ้าขายของต้องการหากลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ก็ควรเข้า Marketplaces พวก Lazada, Shopee คือ ลูกค้าที่ซื้อครั้งแรกจะเข้ามาเห็นเรา โดยช่องทางนี้เขาจะทำการตลาดให้อยู่แล้ว แล้วหาคนมาซื้อ แม้ว่าตรงนี้อาจจะยังไม่ได้กำไรมาก อาจจะต้องยอมลดราคาหน่อย แต่พอลูกค้าซื้อแล้ว ทำอย่างไรให้กลับมาซื้อต่อในช่องทางของเรา ก็ต้องสร้างแอคเคาน์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ให้เขามาซื้อต่อ และต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เขามาซื้อต่อตรงนี้ได้ ซึ่งเราจะได้กำไรมากขึ้นจากส่วนนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ดังนั้น ผู้ค้าออนไลน์ต้องศึกษาลูกค้า ศึกษาช่องทางการขาย ทำข้อมูลให้ดีไม่ใช่ขายอย่างเดียว เพราะโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ของการสร้างความเชื่อใจกัน จะต้องหาวิธีการให้ลูกค้าซื้อซ้ำ และประทับใจช่วยบอกต่อ ธุรกิจก็จะยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>เทคนิคขายดี ด้วยการ “จัดเซ็ท” ให้มูลค่าสินค้ารวมเพิ่ม</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ให้เริ่มจากจัดเซ็ทสินค้าของตัวเองจากหลัก ๆ ที่มี 4 อย่าง คือ 1. ของหนักราคาแพง 2. ของหนักราคาถูก 3. ของเบาราคาแพง และ 4. ของเบาราคาถูก  แน่นอนว่าสินค้าแต่ละตัวกำไรไม่เท่ากัน ของหนักราคาถูกควรเลิกขายเพราะยิ่งขายยิ่งกำไรน้อย แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ขายดี เช่น เครื่องสำอาง (น้ำตบ) ก็ให้ใช้เทคนิคแพ็ครวมกับของเบาราคาแพง ทำให้ได้กำไรต่อหน่วยมากขึ้น คือ การจัดเซ็ททำอย่างไรให้ได้ เพื่อเพิ่มกำไรให้กับมูลค่าเซ็ท</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">จากราคาหลัก 100 กลายเป็นของราคา เกือบพันบาท แต่ถึงอย่างนั้น ลูกค้าจะรู้สึกว่าคุ้มค่า ถูกกว่าซื้อแยกเยอะ ถ้าซื้อเหมาแบบนี้ ขณะที่คนขายก็แฮปปี้ เพราะเสียค่าจัดการขนส่งทีเดียว แต่จับรวมของขายไปได้เยอะขึ้น ราคารวมสูงขึ้นกว่าซื้อแยกหลายร้อยเลยทีเดียว ถือว่า วิน-วิน ทั้งคู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">และการจัดโปรโมชั่น เช่น ซื้อ 2 แถม 1, ซื้อของรุ่นนี้ แถม Tester ตัวนี้, ซื้อครบ 3,000 ได้ ของแถมสุดพิเศษฟรี โปรพวกนี้ช่วยดึงดูดคนซื้อมากครับ และนักการขายที่ดี ต้องทำโปรดี ๆ เอาของที่ขายดี กำไรน้อย มาจับกับของที่ ขายไม่ดี กำไรเยอะ จะได้ทำให้ Profit margin ต่อออเดอร์สูงขึ้น หรือเอาของที่ขายดีนำ แล้วแถมของที่มาใหม่ ให้คนเปิดใจลองใช้ดู ไม่ได้อยู่ที่การตัดราคาอย่างเดียวแล้ว ให้ดูมีคุณค่าด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>คุณสมบัติ </strong><strong>Startup</strong><strong> ที่ประสบความสำเร็จ นำไปประยุกต์ใช้กับ </strong><strong>SMEs </strong><strong>ได้ด้วย</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">MyCloudFulfillment เป็นธุรกิจ Startup ที่ประสบความสำเร็จทั้งผลประกอบการของธุรกิจ และผลงานการันตีด้วยรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ Startup Thailand Grand Pitching Challenge 2017, Digital Ventures Accelerator Demo Day Batch1, 2018 ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เพราะโชคช่วย แม้ว่า “เมฆ” จะเผยว่า “ดวง” เป็นคุณสมบัติแรกก็ตาม (หัวเราะ) แต่หัวใจหลักคือ <span style="font-size: 18pt;"><strong>ต้องกล้าสวนกระแส กล้าอย่างฉลาด</strong></span> ทำอะไรที่แตกต่าง</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">“ตอนแรกที่เริ่มทำคลังสินค้า ก็ถูกสบประมาทมากว่าเป็นไปไม่ได้ ใครจะมาทำเหนื่อยตายเลย เมื่อไหร่จะรวย ซึ่งนอกจากจะมีความกล้าแล้ว ต้องยอมรับว่ากล้า จะมาพร้อมกับคำว่าเสี่ยง เพราะถ้ากล้าไปก็คือ ความเสี่ยง กล้าแล้วตายก็คือตาย”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">แต่การ<strong>เสี่ยงให้ฉลาด</strong> ต้องรู้จักแบ่งเงินลงทุน เช่น แบ่งเงินลงทุน (เหมือนวิ่งผลัด) ออกเป็น 5 ไม้ ไม่ใช่ลงทุนครั้งเดียวหมด เพราะการกล้าเพื่อศึกษาและเรียนรู้ แต่การกล้าที่ดีต้องมีการวางแผนที่จะให้เรานั้น สามารถกล้าได้หลาย ๆ รอบ เพราะหลายที่ตอนนี้ที่ประสบปัญหา เพราะได้เงินมาแล้วลงทุนไปทีเดียว พอเกิดโรคโควิดมาก็ไปหมดเลย แต่ถ้าเรายังมีเงินสดอยู่ ไม่ได้เป็นหนี้ ก็จะสามารถประคับประคองสถานการณ์ไปก่อนได้ จังหวะที่โควิดจบมันจะกลับมา Startup บางเจ้าก็จะกลับมาเลย แต่กลัวว่าจะอยู่ไม่ถึงวันนั้นแค่นั้นเอง คือ ใครที่วางแผนต้องวางให้มันยั่งยืน ต้องค่อย ๆ วางแผน เพราะว่ามันเป็นเรื่องของโครงสร้าง การบริหาร Startup ต้องมองขาดจากอะไรต่ออะไรอย่างบริษัทส่วนใหญ่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ทางที่ดี สตาร์ทอัพจะมีเรื่อง OKR (Objective &amp; Key Results) แนวคิดการตั้งเป้าหมายหลักการวัดผล ทุก ๆ คน จะมีการตั้งเป้าของแผนกตัวเอง และก็มีเกณฑ์ในการวัดผล 2-3 อัน เช่น ฝ่ายการตลาดอยากได้เพิ่มยอดไลท์เพิ่มอีก 2 เท่า วัดผลอย่างไร ดูจากไหน การทำโครงสร้างที่ดีแล้วให้ทุกอย่างทำงานอัตโนมัติได้ มันจะช่วยให้ทุกอย่างยืดหยุ่น เพราะว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ความมั่นคงไม่มีแล้ว จู่ ๆ มีโรคเข้ามาปุ๊บ โลกมันก็เปลี่ยนไปเลย การท่องเที่ยวที่เคยเที่ยวได้ มันก็เที่ยวไม่ได้ต่อไปอีกเลย เราลงทุนกับคำว่า <strong>“คุ้มค่า” คือ “มั่นใจไม่ได้”</strong> เราต้องลงทุนกับสิ่งที่ยืดหยุ่น <strong>“อะไรที่ยืดหยุ่น เราต้องลงทุน”</strong> อะไรที่ไม่เก่งไม่ต้องตัดทิ้งก็ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7270" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-3.jpg" alt="" width="900" height="506" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-3.jpg 900w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-3-300x169.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-3-768x432.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/WPP08079-3-610x343.jpg 610w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>คลังสินค้า </strong><strong>≠</strong> <strong>พื้นที่เก็บของ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>“ทำให้ร้านค้าจัดการง่าย และเติบโต”</strong> เป็นวิสัยทัศน์ของ MyCloudFulfillment และเป็นอย่างแรก ที่ “เมฆ” หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่มองว่า ยุคที่การขายของจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในอนาคต เช่น ที่อเมริกา Amazon เป็น Data commerce จากตอนนี้ที่ซื้อของกันตามอารมณ์ แต่ Amazon เขาวางไว้เลยว่าคุณจะต้องซื้ออะไร ทุก ๆ อย่างจะเป็นการขายใช้ data มากขึ้น การทำคลังสินค้าเราอยากไปถึงจุดที่มี Data ให้เห็นว่าข้อมูลอะไรที่เราสามารถมาช่วยลูกค้าได้ เพราะสุดท้ายแล้วปัญหาใหญ่ของคนขายของ คือ เรื่องสต็อกสินค้า จะบาลานซ์อย่างไรให้เพียงพอกับโอกาสในการขาย และต้นทุนจม (Sunk Cost) ทำยังไงไม่ให้เงินจมกับของ ซึ่งคนที่บาลานซ์เก่งก็จะรวยขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่เขาขายของดี แต่ต้องวางแผนตัวนี้เก่งด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">“ฉะนั้นแล้วบริษัทเรา คลังไม่ใช่ที่เก็บของ คลังเป็นที่ที่เอาของมาวางไว้แล้วของก็ออก ทำยังไงเพื่อให้ของที่เข้ามา 100 ชิ้น แล้วออก 100 ชิ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องทำ เราต้องช่วยเขา เราต้องเป็นหมอดูแนะนำเขาได้ว่า อันนี้เป็นสีแดง พี่ขายดีแน่นอนพี่เก็บไว้ 100 ตัว หรือรองเท้าไซส์นี้ขายไม่ได้แน่นอน เห็นแล้วว่าครั้งที่แล้วขายไม่ได้ พี่ลดไซส์นี้ลง หรือไซส์นี้ขายดีเพิ่มการผลิตหน่อย และทำอย่างไรให้อัปเดตสต็อกได้อย่างรวดเร็ว” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">“เมฆ” ย้ำว่า คลังสต็อกสินค้าที่ดี ไม่ใช่คลังที่มีของเต็มไปหมด แต่คลังที่ดีคือคลังที่ไม่มีของเลย จะโล่ง ๆ หมายถึง มาแล้วขายหมดเลย นั่นคือ “เยี่ยม” ลูกค้าเราอยู่ได้นาน แต่ทั้งนี้บริษัทต้องพัฒนาในการเก็บระบบต่อไป และช่วยลูกค้าให้ทำอย่างไร เมื่อค้าขายบนเส้นทางออนไลน์แล้ว ธุรกิจลื่นไหลมากขึ้น นี่คือสิ่งที่ MyCloud อยากทำ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">ติดต่อ MyCloud ได้ที่ : <a href="http://www.mycloudfulfillment.com">www.mycloudfulfillment.com</a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>เรียบเรียงโดย</strong><strong>: </strong><strong>เบญจมาศ วิถี</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif; font-size: 14pt;">Interviewers</span></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-7182" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3.png" alt="" width="135" height="135" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3.png 851w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-300x300.png 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-150x150.png 150w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-768x768.png 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-610x610.png 610w" sizes="(max-width: 135px) 100vw, 135px" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif;">มัณฑิตา จินดา (ทิป)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif;">นักการตลาดดิจิทัล นักเขียน และเจ้าของเพจ Digital Tips Academy<br />
ที่หลายๆคนเรียกว่า “ครูทิป”<br />
&#8230;.หลงรักงานสอนและการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ<br />
&#8230;ชอบ Live ตอนดึกๆ<br />
และมีความสุขกับการได้คุยกับคนเก่งๆ</span></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-mycloud/">เมฆ นิธิ : เราต้องรู้ว่าในอนาคตลูกค้าต้องการอะไร ในวันที่พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปแล้ว</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนา เธียรอัจฉริยะ &#124; ยกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน ทัศนคติสู้ทุกวิกฤติ</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-thana/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2020 08:49:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[digitaltips]]></category>
		<category><![CDATA[digtial]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com?p=7210</guid>

					<description><![CDATA[<p>จงใช้เท้าและหูทำงาน คือประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาเมื่อนึกถึง ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการตลาด (CMO) ธนาคารไทยพาณิชย์ และผู้อำนวยการสถาบัน ABC...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-thana/">ธนา เธียรอัจฉริยะ | ยกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน ทัศนคติสู้ทุกวิกฤติ</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;">จงใช้เท้าและหูทำงาน</span> คือประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาเมื่อนึกถึง ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการตลาด (CMO) ธนาคารไทยพาณิชย์ และผู้อำนวยการสถาบัน ABC</span></strong></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       เท้า หมายถึง การเดินออกไปพบปะผู้คนหรือลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หู หมายถึง การรับฟังปัญหาของพวกเขาเพื่อหาทางแก้ไข</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       สองอย่างนี้ เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้หลายๆ โปรเจกต์ หลายๆ แคมเปญของเขาและทีม ได้กระแสตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-7212" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-1024x682.jpg" alt="" width="750" height="500" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-1024x682.jpg 1024w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-300x200.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-768x512.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-1536x1024.jpg 1536w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-767x510.jpg 767w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-610x407.jpg 610w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re.jpg 1685w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ย้อนกลับไปสมัยอยู่ dtac ธนาคิดค้นบริการเสริมที่ชื่อว่า ‘ใจดีให้ยืม’ หรือบริการให้ยืมค่าโทรล่วงหน้า ซึ่งตอนนั้นมีผู้ใช้งานมากถึง 14 ล้านคนต่อเดือน เขาได้ไอเดียนี้มาจากการพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่าชอบบริการเสริมตัวไหนของค่ายโทรศัพท์มือถือ วัยรุ่นกลุ่มนั้นตอบกึ่งเล่นกึ่งประชดว่าขอยืมค่าโทรได้ไหม อยากโทรหาแฟน ไม่ได้คุยกันนานแล้วเพราะไม่มีตังค์ หลังจากนั้น ‘ใจดีให้ยืม’ ก็เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หรือไอเดียอย่าง &#8216;แม่มณี&#8217; นางกวักยุค 4G ที่มาพร้อม QR Code ของธนาคารไทยพาณิชย์ ก็มีจุดเริ่มต้นจากการเดินสำรวจชีวิตพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร เพื่อหาทางแก้โจทย์ของแบงก์ที่ว่า จะทำอย่างไรให้พ่อค้าแม่ค้าอยากวาง QR Code ไว้บนเคาน์เตอร์ หลังจากเดินอยู่เป็นเดือนๆ ธนาสังเกตเห็นว่าตอนเช้าๆ ช่วงเปิดร้าน พ่อค้าแม่ค้าจะให้ความสำคัญกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก เขาจึงให้ทีมออกแบบ &#8216;แม่มณี&#8217; นางกวัก QR Code ที่ทุกวันนี้ร้านค้าหลายๆ แห่งต้องซื้อพวงมาลัยกับน้ำแดงมาวางไว้คู่กันหน้าแคชเชียร์ พอลูกค้าเห็นที่สแกนก็จ่ายเงินผ่าน QR Code ได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ที่มาผ่าน นักการตลาดมากประสบการณ์คนนี้มักใช้เท้าและหูออกค้นหา Pain Point ของลูกค้า เพื่อเสนอทางออกอย่างตรงจุด แต่ปัจจุบันเมื่อเชื้อไวรัสทำให้ทุกคนต้องหยุดอยู่บ้าน เท้าถูกสกัด</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">      <strong> เรากลับเชื่อเหลือเกินว่าหูของ ธนา เธียรอัจฉริยะ ยังคงทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอ หรือเผลอๆ อาจหนักกว่าเดิม ในสถานการณ์เช่นนี้เขาได้ยินอะไร และมองเห็นโอกาสในวิกฤติบ้างหรือไม่</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong><span style="font-size: 24pt;">&#8220;โควิดทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ห้องทดลองขนาดใหญ่ (Large-Scale Social Experiments)&#8221;</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>โควิด-19 เร่งให้ปัญหาต่างๆ ปรากฏเร็วขึ้น</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       เราอาจลืมภาพใหญ่ไปเพราะว่าช่วงนี้เราคุยกันแต่เรื่องโควิด ก่อนหน้านี้เราเจออะไรบ้าง เจอเรื่อง Tech Disruption ใช่ไหมครับ เจอเรื่อง Machine ที่กำลังเข้ามาทำงานแทนคนเรื่อยๆ มีเรื่องสังคมผู้สูงอายุ เรื่องภัยแล้ง เรามีปัญหาอื่นที่คาอยู่ในประเทศเยอะแยะ โควิดเป็นแค่ตัวเร่งให้มันเร็วขึ้น เหมือนเอาอนาคตอีก 5 ปี มาวันนี้เลย ดังนั้นพอมันเร่งเนี่ย หลังจากโควิดจะมีคนว่างงานจำนวนมาก ทั้งว่างงานทางตรงและว่างงานแอบแฝง ก็จะเป็นความท้าทายในระดับประเทศและระดับบุคคลด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>เรากำลังอยู่ในห้องทดลองขนาดใหญ่</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       โควิดทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ห้องทดลองขนาดใหญ่ (Large-Scale Social Experiments) แบบฉับพลัน หลายสิ่งที่เราไม่เคยทำ ตอนนี้ทดลองทำกันอย่างรุนแรงมาก ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยคุยเรื่องสอนออนไลน์มา 10 ปีแล้ว อยู่ดีๆ ต้องทำภายใน 1 สัปดาห์ หรือบริษัทที่เคยคุยกันเรื่อง Work From Home เต็มไปหมด อยู่ดีๆ ต้องทำภายใน 1 สัปดาห์ การใช้แอปพลิเคชั่นคุยกัน Conference Call อย่างนี้ พี่เพิ่งคุยกับผู้ใหญ่ที่แบงก์ เขาบอกว่าเพิ่งรู้นะ จริงๆ แล้วทำงานแบบนี้หลายอย่างมัน Effective กว่าเยอะเลย นั่งคุยกัน 3-4 คน ชั่วโมงเดียวก็จบ แล้วมันสอนให้เราฟังเยอะขึ้นเพราะพูดได้ทีละคน พอคนนึงพูดทุกคนต้องฟังแล้วสลับกันพูด อีกเรื่องคือมันทำให้เราไม่ค่อยกลัวคนหัวโต๊ะเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่จะมาเป็น Avatar หรือภาพนิ่งๆ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ดังนั้นหลังโควิด มันจะมีผลการทดลองออกมาแน่นอน บางอย่างอาจกลายเป็นลักษณะนิสัยของเรายาวๆ ไปเลย พี่เชื่อว่า Work From Home จะเข้ามาแทรกในการทำธุรกิจ แต่หลายอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิม เช่น เราก็ชอบกินข้าวนอกบ้านเหมือนเดิม พอมีวัคซีนคนจะมั่นใจขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-7217" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-683x1024.jpg 683w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-200x300.jpg 200w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-768x1152.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-1024x1536.jpg 1024w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-610x915.jpg 610w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>วัคซีนเท่ากับความเชื่อมั่น ช่วงที่รอวัคซีนจึงน่ากลัว</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หัวใจหลักอยู่ที่วัคซีน ถ้าคนจะกลับมาเดินห้างแน่นๆ รัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการทั้งหมด เศรษฐกิจจะกลับมาหมุนเต็มที่ มันต้องมีวัคซีน ดังนั้น พี่คิดว่าช่วงนี้ที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงแล้วเริ่มเปิดเมืองโดยไม่มีวัคซีนเนี่ย น่ากลัว เพราะอะไร</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       มี 2 เรื่อง เรื่องแรก ผู้ประกอบการ ถ้าคุยกับเจ้าของร้านอาหารที่อยู่ในห้างปัจจุบัน เขาไม่อยากเปิดนะ เพราะว่าเปิดมาปุ๊บ หนึ่งคือคนเดินห้างน้อยลงแน่ๆ อาจเหลือ 60% แถมมีมาตรการบังคับให้ต้องนั่งห่างกัน ดังนั้นจากเดิม 100% เขาอาจมีลูกค้าแค่ 40% แต่ค่าเช่าจ่ายเต็มนะครับ ถ้าไม่มีใครเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ การเปิดร้านจะยิ่งเร่งให้ผู้ประกอบการเจ๊งเร็วขึ้นไปอีก</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       เรื่องที่สอง พอเศรษฐกิจยังไม่หมุนเต็มที่เพราะเรากลัว คนระดับรากหญ้าก็ตกงานเยอะ เขาเดือดร้อนมาก เหมือนคนหิวน้ำแต่ตอนนี้กำลังจะต้องดื่มน้ำทะเล ความหมายคือว่า คนพอหิวมากๆ เขามีทางออกเดียว ต้องกู้เงินนอกระบบ เมื่อไหร่ที่คนรากหญ้าต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ นั่นคือไตพัง ดอกเบี้ยจะท่วมจนเขาเอาเงินที่ไหนมาจ่ายก็ไม่พอ เป็นมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจเลย ถ้าไม่มีมาตรการอะไรช่วยเหลือบรรเทา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>เดือดร้อนคนละนิดให้ประเทศยังวิ่งได้</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       วิกฤติมีโอกาสก็ต่อเมื่อเรารอดนะ ถ้าไม่รอดเราก็จบ อย่างปี 2540 เรากู้หนี้ยืมสินกันเละเทะมาก แบบไม่มีวินัยเลย บาดเจ็บเกือบตาย ภาครัฐก็เรียนรู้จากวิกฤติปี 2540 ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยระมัดระวังมาก พอมาเที่ยวนี้เราเลยมีกันชนเยอะ ประเทศไทยมีสถานะทางการเงินการคลังที่แข็งแรงมาก หรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็มีหนี้สินต่อทุนไม่เยอะ แค่ 1 ต่อ 1 สมัยก่อน 5 ต่อ 1 ครับ คือเข็ดไง เคยกู้เยอะแล้วบาดเจ็บ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       วิกฤติรอบนี้ ถ้ารอดไปได้นะพี่เชื่อว่าทุกคนจะแข็งแรงขึ้น เพราะผู้ประกอบการหลายคนรู้แล้วว่าจะต้อง Lean ธุรกิจยังไง อะไรที่จ้าง Outsource ได้บ้าง หลายคนเห็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ดังนั้นเราควรจะยังมีสุขภาพที่ดีพอ ให้ยังวิ่งได้เมื่อถึงวันที่มีวัคซีน เพราะถ้าถึงตอนนั้นแขนขาขาดหมด เราเดี้ยงแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ช่วงนี้มันเลยต้องใช้วิธีร่วมด้วยช่วยกัน ทุกคนเดือดร้อนคนละนิดละหน่อย ดีกว่าบางคนเดือดร้อนมากแต่บางคนไม่เดือดร้อนเลย ถ้าถามพี่ พี่คิดว่าเราอาจต้องมีมาตรการลดค่าเช่าหรือยืดระยะเวลาจ่าย ให้ร้านพอเปิดได้ พอมีเงินมาจ่ายค่าคน มันก็น่าจะพอไปได้</span></p>
<p><span style="font-size: 24pt; color: #ff00ff;"><strong>&#8220;Shit Happens คือทำอะไรดีๆ อยู่ เดี๋ยวมันจะต้องมีเรื่องซวยๆ มา&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>วิกฤติเกิดขึ้นได้เสมอ วิธีคิดต่อวิกฤติจึงสำคัญ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       <strong>อ.ชัชชาติ (สิทธิพันธุ์) บอกว่า Shit Happens คือทำอะไรดีๆ อยู่ เดี๋ยวมันจะต้องมีเรื่องซวยๆ มา เป็นเรื่องปกติ</strong> เนื่องจากพี่อายุเยอะประมาณนึงแล้ว พี่เจอวิกฤติปี 2540 เจอน้ำท่วมปี 2554 แล้วตอนนี้ก็เจอโควิด ทุก 7 ปี 10 ปี มันมีเรื่องทุกทีเลย พี่เชื่อว่าเดี๋ยวอีก 10 ปี มันต้องมีอะไรกลับมาอีก บางทีอาจเป็นเรื่องที่เราไม่คาดฝัน บางทีก็เป็นปัญหาเรื้อรังที่มันดำเนินอยู่ เราต้องเจออยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       <strong>พี่ชอบวิธีคิดของพี่แป๋ม ศุภจี (สุธรรมพันธุ์) ที่ดุสิตธานี ก่อนเกิดโควิดดุสิตธานีต้องปิดโรมแรมใหญ่ตรงหัวมุมสีลม 4 ปี เพื่อรีโนเวทใหม่ พี่แป๋มมีบุคลากรที่มีความสามารถเยอะมาก เขาไม่อยาก Lay off แต่ก็มีพนักงานหลายร้อยคนที่ไม่รู้จะไปทำอะไร เลยต้องมานั่งคุยกัน ว่าถ้าไม่ Lay off เราจะหารายได้เข้ามาได้อย่างไร</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ดุสิตธานีเก่งงานจัดเลี้ยงมาก สมัยก่อนก็จัดได้อยู่ไม่กี่ห้องในโรงแรมใช่ไหม พอไม่มีโรงแรมให้จัดแล้วเลยไปรับจัดอีเวนท์ กลายเป็นว่าตอนนี้จัดที่ไหนก็ได้ วันหนึ่งจัดได้หลายงาน ก็เลยเกิดดุสิตอีเวนท์ อย่างที่สอง บริการแม่บ้าน ปกติแม่บ้านดุสิตฝีมือดีอยู่แล้ว เนี้ยบ ทำความสะอาดเก่ง ก็เลยรับเป็น Outsource ดูแลทำความสะอาดห้องให้โรงแรม 5 ดาว อย่างที่สาม เรื่องอาหาร พอโรงแรมปิดก็ไปเปิดดุสิตเฮาส์ เป็น R&amp;D เรื่องอาหาร โอกาสพวกนี้เกิดจากวิกฤติ คือโรงแรมปิด พี่เชื่อว่าพอโรงแรมกลับมาเปิดอีกครั้งดุสิตจะมี 4 ธุรกิจ จากเดิมมีแค่ 1 ธุรกิจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ช่วงนี้เป็นโอกาสให้คนธรรมดาพิสูจน์ผลงาน</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ตอนปี 2540 พี่ก็เป็นเด็กต่างจังหวัดธรรมดาๆ เลย แล้วพี่ก็รุ่งเรืองมาจากวิกฤติ ช่วงวิกฤติเนี่ยนายจ้างเขามีวิธีคิดใหม่เวลามองคน บริษัทลำบากขนาดนี้ใครไม่ทิ้งบริษัท บริษัทต้องบุกป่าฝ่าดงทำธุรกิจใหม่เพราะธุรกิจเดิมทำไม่ได้แล้ว ถ้าเรายกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน แสดงทัศนคติที่ดี นายจ้างเขาก็เห็นว่าคนนี้มันสู้เว้ย เทียบกับอีกกลุ่มนึง ช่วงปกติพรีเซนต์เก่ง แต่ช่วง Work From Home มันหายไปเลย หรือหัวหมอ เช่น บริษัทลดเงินเดือนเหลือ 75% งั้นขอวันหยุดเพิ่ม 2 วัน ภาพมันจะเปลี่ยนหมด</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ดังนั้น สำหรับคนธรรมดาอย่างเรามันเป็นโอกาสมากนะ หลังจากนี้บริษัทส่วนใหญ่ต้องลดคน ไม่ว่าจะด้วยวิกฤติหรือด้วยธรรมชาติของกิจการที่ต้อง Lean ขึ้น อย่างน้อยเราต้องไม่เป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกขอให้ออก และในทางกลับกัน คนที่นายจ้างจะหยิบขึ้นมาให้ความสำคัญ ให้ลองทำโปรเจกต์ใหม่ๆ คือ<strong>คนที่พี่เรียกว่าคนทำงานสำเร็จ ไม่ใช่ทำงานเสร็จ ช่วง Work From Home พี่มีข้อสังเกตอย่างนึง พอมันทำงานด้วยกันยากเนี่ย คนที่ทำงานสำเร็จจะไม่ได้ทำแค่งานที่คิดว่าเป็นของฝ่ายตัวเองให้เสร็จ แต่จะติดต่อคนนั้นคนนี้จนงานสำเร็จ คนอย่างนี้มีโอกาสรุ่งเรืองมาก</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-7216" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-768x1024.jpg" alt="" width="750" height="1000" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-768x1025.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-225x300.jpg 225w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-1151x1536.jpg 1151w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-610x814.jpg 610w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450.jpg 1535w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ขวดโหล หิน กรวด ทราย และความสำเร็จ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       อันนี้พี่ฟังผู้ใหญ่เขาเล่ามา สมมุติเรามีขวดโหล 1 ใบ มีหิน กรวด แล้วก็ทราย ถ้าเททั้ง 3 อย่างลงไปแบบซี้ซั้ว เราจะยัดหินก้อนใหญ่ๆ ลงไปไม่ได้เพราะทรายมันเต็มก่อน แต่ถ้าเราเอาหินก้อนใหญ่ๆ ใส่ลงไปในขวดโหลก่อน แล้วค่อยเทกรวด ตามด้วยทรายลงไป อย่างน้อยหินก้อนใหญ่จะอยู่ครบแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หินก้อนใหญ่คือเรื่องที่เราให้ความสำคัญกับมัน ใส่ไปก่อน กรวดคือเรื่องทั่วไป ทรายคือเรื่องเฮฮาไร้สาระ ดังนั้น พี่คิดว่านิยามของความสำเร็จคือการที่เราสามารถเอาหินก้อนใหญ่ไปเรียงในโหลได้ครบ ซึ่งหินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราทำในสิ่งที่มีความสำคัญกับชีวิตเราได้หรือไม่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ความสำเร็จในวัย 51 ปี ของธนา เธียรอัจฉริยะ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       อย่างแรกคือ ลูกสาว 2 คน พี่รักลูกสาวมาก อย่างที่สองคือ สุขภาพ เพราะพี่เคยป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล อย่างที่สามคือ ความสุขโง่ๆ (หัวเราะ) บางทีตื่นมาดูการ์ตูน เล่นเกม อะไรประมาณนี้ อย่างที่สี่พี่เพิ่งมาค้นพบตอนหลัง พอมาทำหลักสูตร ABC แล้วเข้าทำงานที่ไทยพาณิชย์ ถึงรู้ว่า อ้อ มันต้องมีอีกอย่างนึง คือการทำตัวมีประโยชน์ต่อคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       พอเรียง 4 อันนี้ได้ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันตอบทั้ง 4 อันไหม ถ้าตอบ พี่ก็เรียกว่าความสำเร็จ แต่ในหนุ่มๆ สาวๆ ที่กำลังทะเยอทะยาน มีความฝัน พี่ว่าเต็มที่เลย ต้องล้มลุกคลุกคลาน ล้มเร็วลุกเร็ว มีความทรหด และมี Growth Mindset</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff; font-size: 24pt;"><strong>&#8220;เราควรใช้เวลา 80% กับปัญหาที่แก้ได้ คิดหาทางว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะมีคนรอบข้างต้องการเราอยู่&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ฝากทิ้งท้ายถึงทุกคนที่กำลังสู้อยู่</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       พี่จำมาจากพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ อีกทีนะ คิดว่ามันเป็นคาถาที่อย่างน้อยถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ทำให้นอนหลับได้ คือถ้าเราลองเอาปัญหาในชีวิตเรามากอง แยกออกเป็น 3 อย่าง คือปัญหาที่แก้ไม่ได้ ปัญหาที่แก้ได้แต่ใช้เวลา และปัญหาที่แก้ได้</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ปัญหาที่แก้ไม่ได้ เช่น น้ำมันลง หุ้นตก ทองขึ้น เราแก้ไม่ได้ ปัญหาที่แก้ได้แต่ใช้เวลา เช่น เมื่อไหร่วัคซีนจะมา เรารู้ว่าเดี๋ยวมันจะมาแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ส่วนปัญหาที่แก้ได้ เช่น ปัญหาของพนักงาน ปัญหาของลูกค้า ปัญหาของคู่ค้าเรา ปัญหาของครอบครัว </span><span style="font-size: 14pt;">เราควรใช้เวลา<strong> 80% </strong>กับปัญหาที่แก้ได้ คิดหาทางว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะมีคนรอบข้างต้องการเราอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เรียบเรียงโดย</strong>  อินทร์แก้ว โอภานุเคราะห์กุล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif; font-size: 14pt;">Interviewers</span></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-7182" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3.png" alt="" width="135" height="135" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3.png 851w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-300x300.png 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-150x150.png 150w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-768x768.png 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-610x610.png 610w" sizes="(max-width: 135px) 100vw, 135px" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif;">มัณฑิตา จินดา (ทิป)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif;">นักการตลาดดิจิทัล นักเขียน และเจ้าของเพจ Digital Tips Academy<br />
ที่หลายๆคนเรียกว่า “ครูทิป”<br />
&#8230;.หลงรักงานสอนและการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ<br />
&#8230;ชอบ Live ตอนดึกๆ<br />
และมีความสุขกับการได้คุยกับคนเก่งๆ</span></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-thana/">ธนา เธียรอัจฉริยะ | ยกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน ทัศนคติสู้ทุกวิกฤติ</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 ทริคสำคัญในการใช้  Instagram Hashtag</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/instagram/instagram-hashtag/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2020 03:13:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Instagram]]></category>
		<category><![CDATA[digital]]></category>
		<category><![CDATA[digitaltips]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com?p=7063</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้ Hashtag มีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการเพิ่ม Awareness และเพิ่มโอกาสในการถูกค้นเจอ (discoverability) ให้กับคอนเทนต์ หรือแอคเคาท์ของเรา...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/instagram/instagram-hashtag/">3 ทริคสำคัญในการใช้  Instagram Hashtag</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #fc4747;"><strong>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้ Hashtag มีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการเพิ่ม Awareness และเพิ่มโอกาสในการถูกค้นเจอ (discoverability) ให้กับคอนเทนต์ หรือแอคเคาท์ของเรา</strong></span></p>
<p>และแม้ Hashtag จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เทคนิคในการใช้ Hashtag ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ก็ยังเป็นเรื่องที่คู่ควรต่อการมาอัปเดตกันอยู่ดี  ดังนั้น มาดูกันดีกว่า ทริคเด็ดๆ เกี่ยวกับการการใช้ Hashtag เพื่อเพิ่ม follower และสร้างแบรนด์บน Instagram  มีอะไรกันบ้าง ซึ่งวันนี้ ทิปนำมาฝาก 3 เรื่องด้วยกันค่ะ</p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #fc4747;"><strong>1.จำนวน </strong><strong>Hashtag </strong><strong>ที่ควรใช้ใน </strong><strong>1 </strong><strong>โพสต์</strong></span></p>
<p>โดยปกติแล้ว จำนวนเยอะที่สุดที่เราจะใส่ hashtag ได้ต่อ 1 โพสต์ใน Instagram ก็คือ 30 hashtag</p>
<p>แต่ๆๆๆ ลองนึกภาพว่า ถ้าโพสต์ของเราจะมี 30 hashtag กองกันอยู่ ก็อาจจะดูขายของเกินไปมั๊ยนิดนึง</p>
<p>แล้วควรจะใส่กี่อันดีล่ะ?</p>
<p>จากผลการสำรวจ พบกว่า 91% ของโพสต์โดยแบรนด์โดยส่วนใหญ่จะใช้ hashtag 7 อันหรือน้อยกว่า</p>
<p>บ้างก็ว่า โพสต์ที่มีมากกว่า 11 hashtag จะได้รับฟีดแบคดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า แม้การใส่ hashtag แม้จะใส่แค่อันเดียว ก็สามารถเพิ่ม engagement ได้มากกว่าเดิมถึง 12.6%</p>
<p>แม้ว่าจะดูไม่มีสูตรหรือแนวทางที่ชัดเจนตายตัว แต่ทิปก็อยากแนะนำให้ลองสำรวจผู้นำในตลาดหรือในอุตสาหกรรมเดียวกันดูว่า แอคเคาท์เหล่านั้นใช้ hashtag กันมากน้อยแค่ไหน จากนั้นลองทดสอบด้วยการใช้ปริมาณ hashtag ที่แตกต่างกันไป จนเจอจุดที่เหมาะสมกับธุรกิจเรานั่นเองค่ะ</p>
<p>ที่สำคัญ อย่าลืม เช็คให้ดีก่อนว่า hashtag ที่เราเลือกใช้นั้น มีความหมายที่ตรงตามอย่างที่เราต้องการ เพราะบ่อยครั้ง หากไม่การบ้านให้ดี เราอาจจะพบว่า  hashtag ที่เราใช้ ถูกนำไปใช้ในบริบทอื่นๆ ไปเรียบร้อยแล้ว<strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #fc4747;"><strong>2.สร้าง </strong><strong>hashtag </strong><strong>ของแบรนด์ขึ้นมา </strong></span></p>
<p>Hashtag ของแบรนด์ (Branded hashtag) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์แจ้งเกิดได้ ซึ่งลักษณะของ branded hashtag ที่ดีก็คือ ต้องสั้น กระชับ จดจำง่าย</p>
<p>ข้อดีของการใช้ Branded hashtag คือ</p>
<ul>
<li>ช่วยให้เพิ่มยอดการติดตาม profile</li>
<li>ทำให้เราจัดระเบียบคอนเทนท์ได้ง่ายขึ้น</li>
<li>ช่วยสร้าง community ให้กับแบรนด์</li>
</ul>
<p>และๆๆ อย่าลืมใส่ branded hashtag ไว้ใน bio ด้วยน้า เวลาใครผ่านไปมา จะได้เห็นง่ายขึ้นค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำ hashtag ของแบรนด์แล้ว เรายังสามารถสร้าง hashtag ของแคมเปญหรือสินค้าได้ด้วยค่ะ</p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #fc4747;"><strong>3.ใส่ Hashtag ไว้ใน Instagram stories</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; color: #000000;">อีกทริคที่ใช้ได้ผลดีก็คือ การใส่ Hashtag ใน stories ซึ่งเราสามารถใช้ hashtag ใหม่ๆ นอกเหนือจาก hashtag ที่ใช้อยู่ปกติ เช่น location tag , event hashtag หรือ hashtag ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้โพสต์ของเราเข้าถึงคนใหม่ๆ ให้เข้ามาติดตามได้มากกว่าเดิม</span></p>
<p>หวังว่า จะเป็นทริคง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้กันได้นะคะ เอาเป็นว่า ถ้าใครที่ได้ลองนำไปทำตามแล้ว เห็นผลอย่างไร แวะมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้น้า</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/instagram/instagram-hashtag/">3 ทริคสำคัญในการใช้  Instagram Hashtag</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tiktok มีหนาว เมื่อ Facebook เปิดตัว  Music For Stories</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/business/tiktok-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-facebook-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-music-for-stories/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Oct 2019 12:41:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[digital]]></category>
		<category><![CDATA[digitaltips]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[tech]]></category>
		<category><![CDATA[tiktok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com?p=5931</guid>

					<description><![CDATA[<p>Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ Facebook Music แล้วที่ประเทศอินเดีย ท้าชน Tiktok แอปพลิเคชั่น Short Video...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/tiktok-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-facebook-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-music-for-stories/">Tiktok มีหนาว เมื่อ Facebook เปิดตัว  Music For Stories</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-gallery columns-1 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="970" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsyncliveimage_final-1024x970.png" alt="" data-id="5940" data-link="https://thedigitaltips.com?attachment_id=5940" class="wp-image-5940" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsyncliveimage_final-1024x970.png 1024w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsyncliveimage_final-300x284.png 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsyncliveimage_final-768x727.png 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsyncliveimage_final-600x568.png 600w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsyncliveimage_final.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul>


<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ Facebook Music แล้วที่ประเทศอินเดีย ท้าชน Tiktok แอปพลิเคชั่น Short Video Platform ดาวรุ่งมาแรงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจถึงคราวสะเทือนได้ เมื่อ Facebook เปิดตัว Facebook  Music ให้ทุกคนสามารถใส่เพลงเข้าไปใน Stories ได้แล้ว </span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ปี 2019 Facebook ต้องฝ่ามรสุมในด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชั่นที่สร้างโดย มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ยังคงยึดอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มี Active User มากที่สุด (ประมาณ 2,400 ล้านคนทั่วโลก) เช่นเคย</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ที่ผ่านมา Facebook ได้ปรับเปลี่ยนแอปพลิเคชั่นของตนเองให้พร้อม กับกระแสโลกออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงโดยตลอด </span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">เริ่มตั้งแต่ การสร้างแอปพลิเคชั่น Facebook และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถล้มเอาชนะเบอร์หนึ่งในโลกโซเชียลมีเดีย ณ ขณะนั้น อย่าง Hi5 ให้หายไปจากสารบบ ได้อย่างง่ายดาย (ปัจจุบัน Hi5 เปลี่ยนชื่อเป็น Tagged และไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก)</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">จากนั้น Facebook ก็สร้างฟีเจอร์ในแอปพลิเคชั่นตัวเองเพิ่มมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็น Live , Stories , Watch , Dating และ Gaming ซึ่งในแต่ละตัว ก็ทำให้เกิดผลกระทบกับแอปพลิเคชั่น ประเภทเดียวกันไปหลายแอปเลยทีเดียว </span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ทั้ง Facebook Live ที่ตอนนั้นชนกับ Periscope จนทำให้ Periscope ไม่ได้รับความนิยมนัก</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">Facebook Stories ที่ไปจัดการ Snapchat </span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">Facebook Watch ที่กำลังดวลกับ Youtube</span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">และ Facebook Dating ที่ไปเจอกับ Tinder</span></h4>
<h4><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-5941" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2019/10/lipsynclive-1024x678.png" alt="" width="640" height="424" /></h4>
<h3> </h3>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ล่าสุด พี่มาร์ค เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่าง Facebook Music ที่เราสามารถนำเพลงดัง เพลงฮิต จากทุกประเทศทั่วโลกมาอัปเดตลง Stories ได้ทั้งใน Facebook และ Instagram </span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">มากไปกว่านั้น User ยังสามารถลิปซิงก์เพลงได้อีกด้วย ทำได้ทั้งการ Live หรือการอัดวิดีโอเลยทีเดียว </span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">และเปิดตัวแล้วด้วยในประเทศ อินเดีย!!!</span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ชัดเจนเลยว่าการ ลิปซิงก์เสียง ลิปซิงก์เพลงได้ใน วิดีโอ สั้นๆ ระดับ 15 วินาที พี่มาร์คของเรา ประกาศสงครามแล้วแน่นอน</span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ทำไมต้องอินเดีย?</span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">เพราะ Tiktok ไง </span></h4>
<h4> </h4>
<div>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ปัจจุบัน Tiktok มี User ที่ยัง Active อยู่ทั่วโลกอยู่ประมาณ 500 ล้าน User อยู่ในจีนไปแล้วประมาณ 160 ล้าน User และอยู่ใน อินเดีย อีก 120 ล้าน </span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">สองประเทศมี User ใช้งาน Tiktok อยู่ประมาณ 280 ล้านคน มากกว่า 50% ของผู้ที่ใช้งานแอปนี้ทั้งหมดเสียอีก!!</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">แต่รัฐบาลจีนบล็อก Facebook ทำให้การใช้งาน Facebook ในจีนมันยุ่งยากมาก ต้องต่อ VPN วุ่นวาย Facebook ก็เลยไม่สนใจตลาดนี้เท่าไหร่นัก แม้ว่าจะเป็นตลาดที่ใหญ่มหาศาลก็ตาม แต่ในเมื่อเจ้าบ้านไม่เปิดรับให้เข้าไป ก็ไม่เข้าก็ได้</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ซัคเคอร์เบิร์ก เลยจัดการยิง Facebook Music ที่แรกไปยังประเทศอินเดียเสียเลย ประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่า พร้อมชนกับ Tiktok อย่างเต็มตัว</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ถึงแม้ว่า Tiktok จะมี Active User อยู่ 120 ล้านคนในอินเดีย แต่ Facebook มี Active User อยู่ 270 ล้านคนในอินเดีย มากเป็นอันดับ 1 ของโลก! </span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">พี่มาร์ค คงอยากบอกว่า “ก็มาดิค้าบ” กับ Tiktok ก็เป็นได้</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า การเล่นเกมนี้ของ Facebook จะ Disrupt แอปพลิเคชั่น Tiktok ได้หรือไม่ </span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">และก็ต้องชื่นชม Facebook ด้วยเช่นกันว่า เป็นแอปพลิเคชั่นที่ไม่ยึดติดกับความคิดเก่า พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ในโลกที่มันผันเปลี่ยนตลอด จะว่าไปแล้วก็นึกถึงเพลงของ บอดี้สแลม ท่อนนึง</span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ไม่มีอะไรที่จะยืนยาวเท่าความผันเปลี่ยน </span></h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">ในโลก Digital ก็เช่นกัน </span></h4>
<h4> </h4>
<h4> </h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;">Credit: <a style="color: #000000;" href="https://newsroom.fb.com/news/2018/10/more-ways-to-share-and-connect-with-music-on-facebook/">https://newsroom.fb.com/news/2018/10/more-ways-to-share-and-connect-with-music-on-facebook/</a></span></h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://www.musicbusinessworldwide.com/facebook-expands-music-offering-for-users-and-artists/">https://www.musicbusinessworldwide.com/facebook-expands-music-offering-for-users-and-artists/</a></span></h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://realmoney.thestreet.com/investing/technology/fast-growing-tiktok-poses-challenges-to-instagram-and-snapchat-15128020">https://realmoney.thestreet.com/investing/technology/fast-growing-tiktok-poses-challenges-to-instagram-and-snapchat-15128020</a></span></h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://musically.com/2019/06/11/tiktok-now-has-120-million-monthly-active-users-in-india/">https://musically.com/2019/06/11/tiktok-now-has-120-million-monthly-active-users-in-india/</a></span></h4>
<h4><span class="tadv-format-panel" style="color: #000000;"><a style="color: #000000;" href="https://www.konstructdigital.com/social-media/tiktok-stats-roundup-2019/">https://www.konstructdigital.com/social-media/tiktok-stats-roundup-2019/</a></span></h4>
</div><p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/tiktok-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-facebook-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-music-for-stories/">Tiktok มีหนาว เมื่อ Facebook เปิดตัว  Music For Stories</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
