<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>digtial Archives - Digital Tips Academy</title>
	<atom:link href="https://thedigitaltips.com/blog/tag/digtial/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>Online Digital Marketing Course</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2020 13:10:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2023/03/download-150x150.png</url>
	<title>digtial Archives - Digital Tips Academy</title>
	<link></link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธนา เธียรอัจฉริยะ &#124; ยกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน ทัศนคติสู้ทุกวิกฤติ</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-thana/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2020 08:49:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[digitaltips]]></category>
		<category><![CDATA[digtial]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com?p=7210</guid>

					<description><![CDATA[<p>จงใช้เท้าและหูทำงาน คือประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาเมื่อนึกถึง ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการตลาด (CMO) ธนาคารไทยพาณิชย์ และผู้อำนวยการสถาบัน ABC...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-thana/">ธนา เธียรอัจฉริยะ | ยกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน ทัศนคติสู้ทุกวิกฤติ</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-size: 18pt;">จงใช้เท้าและหูทำงาน</span> คือประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาเมื่อนึกถึง ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการตลาด (CMO) ธนาคารไทยพาณิชย์ และผู้อำนวยการสถาบัน ABC</span></strong></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       เท้า หมายถึง การเดินออกไปพบปะผู้คนหรือลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หู หมายถึง การรับฟังปัญหาของพวกเขาเพื่อหาทางแก้ไข</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       สองอย่างนี้ เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้หลายๆ โปรเจกต์ หลายๆ แคมเปญของเขาและทีม ได้กระแสตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-7212" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-1024x682.jpg" alt="" width="750" height="500" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-1024x682.jpg 1024w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-300x200.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-768x512.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-1536x1024.jpg 1536w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-767x510.jpg 767w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re-610x407.jpg 610w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/JIMG_7781_Re.jpg 1685w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ย้อนกลับไปสมัยอยู่ dtac ธนาคิดค้นบริการเสริมที่ชื่อว่า ‘ใจดีให้ยืม’ หรือบริการให้ยืมค่าโทรล่วงหน้า ซึ่งตอนนั้นมีผู้ใช้งานมากถึง 14 ล้านคนต่อเดือน เขาได้ไอเดียนี้มาจากการพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่าชอบบริการเสริมตัวไหนของค่ายโทรศัพท์มือถือ วัยรุ่นกลุ่มนั้นตอบกึ่งเล่นกึ่งประชดว่าขอยืมค่าโทรได้ไหม อยากโทรหาแฟน ไม่ได้คุยกันนานแล้วเพราะไม่มีตังค์ หลังจากนั้น ‘ใจดีให้ยืม’ ก็เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หรือไอเดียอย่าง &#8216;แม่มณี&#8217; นางกวักยุค 4G ที่มาพร้อม QR Code ของธนาคารไทยพาณิชย์ ก็มีจุดเริ่มต้นจากการเดินสำรวจชีวิตพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร เพื่อหาทางแก้โจทย์ของแบงก์ที่ว่า จะทำอย่างไรให้พ่อค้าแม่ค้าอยากวาง QR Code ไว้บนเคาน์เตอร์ หลังจากเดินอยู่เป็นเดือนๆ ธนาสังเกตเห็นว่าตอนเช้าๆ ช่วงเปิดร้าน พ่อค้าแม่ค้าจะให้ความสำคัญกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก เขาจึงให้ทีมออกแบบ &#8216;แม่มณี&#8217; นางกวัก QR Code ที่ทุกวันนี้ร้านค้าหลายๆ แห่งต้องซื้อพวงมาลัยกับน้ำแดงมาวางไว้คู่กันหน้าแคชเชียร์ พอลูกค้าเห็นที่สแกนก็จ่ายเงินผ่าน QR Code ได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ที่มาผ่าน นักการตลาดมากประสบการณ์คนนี้มักใช้เท้าและหูออกค้นหา Pain Point ของลูกค้า เพื่อเสนอทางออกอย่างตรงจุด แต่ปัจจุบันเมื่อเชื้อไวรัสทำให้ทุกคนต้องหยุดอยู่บ้าน เท้าถูกสกัด</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">      <strong> เรากลับเชื่อเหลือเกินว่าหูของ ธนา เธียรอัจฉริยะ ยังคงทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอ หรือเผลอๆ อาจหนักกว่าเดิม ในสถานการณ์เช่นนี้เขาได้ยินอะไร และมองเห็นโอกาสในวิกฤติบ้างหรือไม่</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong><span style="font-size: 24pt;">&#8220;โควิดทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ห้องทดลองขนาดใหญ่ (Large-Scale Social Experiments)&#8221;</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>โควิด-19 เร่งให้ปัญหาต่างๆ ปรากฏเร็วขึ้น</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       เราอาจลืมภาพใหญ่ไปเพราะว่าช่วงนี้เราคุยกันแต่เรื่องโควิด ก่อนหน้านี้เราเจออะไรบ้าง เจอเรื่อง Tech Disruption ใช่ไหมครับ เจอเรื่อง Machine ที่กำลังเข้ามาทำงานแทนคนเรื่อยๆ มีเรื่องสังคมผู้สูงอายุ เรื่องภัยแล้ง เรามีปัญหาอื่นที่คาอยู่ในประเทศเยอะแยะ โควิดเป็นแค่ตัวเร่งให้มันเร็วขึ้น เหมือนเอาอนาคตอีก 5 ปี มาวันนี้เลย ดังนั้นพอมันเร่งเนี่ย หลังจากโควิดจะมีคนว่างงานจำนวนมาก ทั้งว่างงานทางตรงและว่างงานแอบแฝง ก็จะเป็นความท้าทายในระดับประเทศและระดับบุคคลด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>เรากำลังอยู่ในห้องทดลองขนาดใหญ่</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       โควิดทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ห้องทดลองขนาดใหญ่ (Large-Scale Social Experiments) แบบฉับพลัน หลายสิ่งที่เราไม่เคยทำ ตอนนี้ทดลองทำกันอย่างรุนแรงมาก ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยคุยเรื่องสอนออนไลน์มา 10 ปีแล้ว อยู่ดีๆ ต้องทำภายใน 1 สัปดาห์ หรือบริษัทที่เคยคุยกันเรื่อง Work From Home เต็มไปหมด อยู่ดีๆ ต้องทำภายใน 1 สัปดาห์ การใช้แอปพลิเคชั่นคุยกัน Conference Call อย่างนี้ พี่เพิ่งคุยกับผู้ใหญ่ที่แบงก์ เขาบอกว่าเพิ่งรู้นะ จริงๆ แล้วทำงานแบบนี้หลายอย่างมัน Effective กว่าเยอะเลย นั่งคุยกัน 3-4 คน ชั่วโมงเดียวก็จบ แล้วมันสอนให้เราฟังเยอะขึ้นเพราะพูดได้ทีละคน พอคนนึงพูดทุกคนต้องฟังแล้วสลับกันพูด อีกเรื่องคือมันทำให้เราไม่ค่อยกลัวคนหัวโต๊ะเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่จะมาเป็น Avatar หรือภาพนิ่งๆ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ดังนั้นหลังโควิด มันจะมีผลการทดลองออกมาแน่นอน บางอย่างอาจกลายเป็นลักษณะนิสัยของเรายาวๆ ไปเลย พี่เชื่อว่า Work From Home จะเข้ามาแทรกในการทำธุรกิจ แต่หลายอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิม เช่น เราก็ชอบกินข้าวนอกบ้านเหมือนเดิม พอมีวัคซีนคนจะมั่นใจขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-7217" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-683x1024.jpg 683w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-200x300.jpg 200w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-768x1152.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-1024x1536.jpg 1024w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505-610x915.jpg 610w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/Sittipong-1505.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>วัคซีนเท่ากับความเชื่อมั่น ช่วงที่รอวัคซีนจึงน่ากลัว</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หัวใจหลักอยู่ที่วัคซีน ถ้าคนจะกลับมาเดินห้างแน่นๆ รัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการทั้งหมด เศรษฐกิจจะกลับมาหมุนเต็มที่ มันต้องมีวัคซีน ดังนั้น พี่คิดว่าช่วงนี้ที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงแล้วเริ่มเปิดเมืองโดยไม่มีวัคซีนเนี่ย น่ากลัว เพราะอะไร</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       มี 2 เรื่อง เรื่องแรก ผู้ประกอบการ ถ้าคุยกับเจ้าของร้านอาหารที่อยู่ในห้างปัจจุบัน เขาไม่อยากเปิดนะ เพราะว่าเปิดมาปุ๊บ หนึ่งคือคนเดินห้างน้อยลงแน่ๆ อาจเหลือ 60% แถมมีมาตรการบังคับให้ต้องนั่งห่างกัน ดังนั้นจากเดิม 100% เขาอาจมีลูกค้าแค่ 40% แต่ค่าเช่าจ่ายเต็มนะครับ ถ้าไม่มีใครเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ การเปิดร้านจะยิ่งเร่งให้ผู้ประกอบการเจ๊งเร็วขึ้นไปอีก</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       เรื่องที่สอง พอเศรษฐกิจยังไม่หมุนเต็มที่เพราะเรากลัว คนระดับรากหญ้าก็ตกงานเยอะ เขาเดือดร้อนมาก เหมือนคนหิวน้ำแต่ตอนนี้กำลังจะต้องดื่มน้ำทะเล ความหมายคือว่า คนพอหิวมากๆ เขามีทางออกเดียว ต้องกู้เงินนอกระบบ เมื่อไหร่ที่คนรากหญ้าต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ นั่นคือไตพัง ดอกเบี้ยจะท่วมจนเขาเอาเงินที่ไหนมาจ่ายก็ไม่พอ เป็นมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจเลย ถ้าไม่มีมาตรการอะไรช่วยเหลือบรรเทา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>เดือดร้อนคนละนิดให้ประเทศยังวิ่งได้</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       วิกฤติมีโอกาสก็ต่อเมื่อเรารอดนะ ถ้าไม่รอดเราก็จบ อย่างปี 2540 เรากู้หนี้ยืมสินกันเละเทะมาก แบบไม่มีวินัยเลย บาดเจ็บเกือบตาย ภาครัฐก็เรียนรู้จากวิกฤติปี 2540 ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยระมัดระวังมาก พอมาเที่ยวนี้เราเลยมีกันชนเยอะ ประเทศไทยมีสถานะทางการเงินการคลังที่แข็งแรงมาก หรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็มีหนี้สินต่อทุนไม่เยอะ แค่ 1 ต่อ 1 สมัยก่อน 5 ต่อ 1 ครับ คือเข็ดไง เคยกู้เยอะแล้วบาดเจ็บ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       วิกฤติรอบนี้ ถ้ารอดไปได้นะพี่เชื่อว่าทุกคนจะแข็งแรงขึ้น เพราะผู้ประกอบการหลายคนรู้แล้วว่าจะต้อง Lean ธุรกิจยังไง อะไรที่จ้าง Outsource ได้บ้าง หลายคนเห็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ดังนั้นเราควรจะยังมีสุขภาพที่ดีพอ ให้ยังวิ่งได้เมื่อถึงวันที่มีวัคซีน เพราะถ้าถึงตอนนั้นแขนขาขาดหมด เราเดี้ยงแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ช่วงนี้มันเลยต้องใช้วิธีร่วมด้วยช่วยกัน ทุกคนเดือดร้อนคนละนิดละหน่อย ดีกว่าบางคนเดือดร้อนมากแต่บางคนไม่เดือดร้อนเลย ถ้าถามพี่ พี่คิดว่าเราอาจต้องมีมาตรการลดค่าเช่าหรือยืดระยะเวลาจ่าย ให้ร้านพอเปิดได้ พอมีเงินมาจ่ายค่าคน มันก็น่าจะพอไปได้</span></p>
<p><span style="font-size: 24pt; color: #ff00ff;"><strong>&#8220;Shit Happens คือทำอะไรดีๆ อยู่ เดี๋ยวมันจะต้องมีเรื่องซวยๆ มา&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>วิกฤติเกิดขึ้นได้เสมอ วิธีคิดต่อวิกฤติจึงสำคัญ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       <strong>อ.ชัชชาติ (สิทธิพันธุ์) บอกว่า Shit Happens คือทำอะไรดีๆ อยู่ เดี๋ยวมันจะต้องมีเรื่องซวยๆ มา เป็นเรื่องปกติ</strong> เนื่องจากพี่อายุเยอะประมาณนึงแล้ว พี่เจอวิกฤติปี 2540 เจอน้ำท่วมปี 2554 แล้วตอนนี้ก็เจอโควิด ทุก 7 ปี 10 ปี มันมีเรื่องทุกทีเลย พี่เชื่อว่าเดี๋ยวอีก 10 ปี มันต้องมีอะไรกลับมาอีก บางทีอาจเป็นเรื่องที่เราไม่คาดฝัน บางทีก็เป็นปัญหาเรื้อรังที่มันดำเนินอยู่ เราต้องเจออยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       <strong>พี่ชอบวิธีคิดของพี่แป๋ม ศุภจี (สุธรรมพันธุ์) ที่ดุสิตธานี ก่อนเกิดโควิดดุสิตธานีต้องปิดโรมแรมใหญ่ตรงหัวมุมสีลม 4 ปี เพื่อรีโนเวทใหม่ พี่แป๋มมีบุคลากรที่มีความสามารถเยอะมาก เขาไม่อยาก Lay off แต่ก็มีพนักงานหลายร้อยคนที่ไม่รู้จะไปทำอะไร เลยต้องมานั่งคุยกัน ว่าถ้าไม่ Lay off เราจะหารายได้เข้ามาได้อย่างไร</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ดุสิตธานีเก่งงานจัดเลี้ยงมาก สมัยก่อนก็จัดได้อยู่ไม่กี่ห้องในโรงแรมใช่ไหม พอไม่มีโรงแรมให้จัดแล้วเลยไปรับจัดอีเวนท์ กลายเป็นว่าตอนนี้จัดที่ไหนก็ได้ วันหนึ่งจัดได้หลายงาน ก็เลยเกิดดุสิตอีเวนท์ อย่างที่สอง บริการแม่บ้าน ปกติแม่บ้านดุสิตฝีมือดีอยู่แล้ว เนี้ยบ ทำความสะอาดเก่ง ก็เลยรับเป็น Outsource ดูแลทำความสะอาดห้องให้โรงแรม 5 ดาว อย่างที่สาม เรื่องอาหาร พอโรงแรมปิดก็ไปเปิดดุสิตเฮาส์ เป็น R&amp;D เรื่องอาหาร โอกาสพวกนี้เกิดจากวิกฤติ คือโรงแรมปิด พี่เชื่อว่าพอโรงแรมกลับมาเปิดอีกครั้งดุสิตจะมี 4 ธุรกิจ จากเดิมมีแค่ 1 ธุรกิจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ช่วงนี้เป็นโอกาสให้คนธรรมดาพิสูจน์ผลงาน</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ตอนปี 2540 พี่ก็เป็นเด็กต่างจังหวัดธรรมดาๆ เลย แล้วพี่ก็รุ่งเรืองมาจากวิกฤติ ช่วงวิกฤติเนี่ยนายจ้างเขามีวิธีคิดใหม่เวลามองคน บริษัทลำบากขนาดนี้ใครไม่ทิ้งบริษัท บริษัทต้องบุกป่าฝ่าดงทำธุรกิจใหม่เพราะธุรกิจเดิมทำไม่ได้แล้ว ถ้าเรายกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน แสดงทัศนคติที่ดี นายจ้างเขาก็เห็นว่าคนนี้มันสู้เว้ย เทียบกับอีกกลุ่มนึง ช่วงปกติพรีเซนต์เก่ง แต่ช่วง Work From Home มันหายไปเลย หรือหัวหมอ เช่น บริษัทลดเงินเดือนเหลือ 75% งั้นขอวันหยุดเพิ่ม 2 วัน ภาพมันจะเปลี่ยนหมด</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ดังนั้น สำหรับคนธรรมดาอย่างเรามันเป็นโอกาสมากนะ หลังจากนี้บริษัทส่วนใหญ่ต้องลดคน ไม่ว่าจะด้วยวิกฤติหรือด้วยธรรมชาติของกิจการที่ต้อง Lean ขึ้น อย่างน้อยเราต้องไม่เป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกขอให้ออก และในทางกลับกัน คนที่นายจ้างจะหยิบขึ้นมาให้ความสำคัญ ให้ลองทำโปรเจกต์ใหม่ๆ คือ<strong>คนที่พี่เรียกว่าคนทำงานสำเร็จ ไม่ใช่ทำงานเสร็จ ช่วง Work From Home พี่มีข้อสังเกตอย่างนึง พอมันทำงานด้วยกันยากเนี่ย คนที่ทำงานสำเร็จจะไม่ได้ทำแค่งานที่คิดว่าเป็นของฝ่ายตัวเองให้เสร็จ แต่จะติดต่อคนนั้นคนนี้จนงานสำเร็จ คนอย่างนี้มีโอกาสรุ่งเรืองมาก</strong></span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-7216" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-768x1024.jpg" alt="" width="750" height="1000" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-768x1025.jpg 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-225x300.jpg 225w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-1151x1536.jpg 1151w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450-610x814.jpg 610w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/SCBBA15-0450.jpg 1535w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ขวดโหล หิน กรวด ทราย และความสำเร็จ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       อันนี้พี่ฟังผู้ใหญ่เขาเล่ามา สมมุติเรามีขวดโหล 1 ใบ มีหิน กรวด แล้วก็ทราย ถ้าเททั้ง 3 อย่างลงไปแบบซี้ซั้ว เราจะยัดหินก้อนใหญ่ๆ ลงไปไม่ได้เพราะทรายมันเต็มก่อน แต่ถ้าเราเอาหินก้อนใหญ่ๆ ใส่ลงไปในขวดโหลก่อน แล้วค่อยเทกรวด ตามด้วยทรายลงไป อย่างน้อยหินก้อนใหญ่จะอยู่ครบแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       หินก้อนใหญ่คือเรื่องที่เราให้ความสำคัญกับมัน ใส่ไปก่อน กรวดคือเรื่องทั่วไป ทรายคือเรื่องเฮฮาไร้สาระ ดังนั้น พี่คิดว่านิยามของความสำเร็จคือการที่เราสามารถเอาหินก้อนใหญ่ไปเรียงในโหลได้ครบ ซึ่งหินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราทำในสิ่งที่มีความสำคัญกับชีวิตเราได้หรือไม่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ความสำเร็จในวัย 51 ปี ของธนา เธียรอัจฉริยะ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       อย่างแรกคือ ลูกสาว 2 คน พี่รักลูกสาวมาก อย่างที่สองคือ สุขภาพ เพราะพี่เคยป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล อย่างที่สามคือ ความสุขโง่ๆ (หัวเราะ) บางทีตื่นมาดูการ์ตูน เล่นเกม อะไรประมาณนี้ อย่างที่สี่พี่เพิ่งมาค้นพบตอนหลัง พอมาทำหลักสูตร ABC แล้วเข้าทำงานที่ไทยพาณิชย์ ถึงรู้ว่า อ้อ มันต้องมีอีกอย่างนึง คือการทำตัวมีประโยชน์ต่อคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       พอเรียง 4 อันนี้ได้ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันตอบทั้ง 4 อันไหม ถ้าตอบ พี่ก็เรียกว่าความสำเร็จ แต่ในหนุ่มๆ สาวๆ ที่กำลังทะเยอทะยาน มีความฝัน พี่ว่าเต็มที่เลย ต้องล้มลุกคลุกคลาน ล้มเร็วลุกเร็ว มีความทรหด และมี Growth Mindset</span></p>
<p><span style="color: #ff00ff; font-size: 24pt;"><strong>&#8220;เราควรใช้เวลา 80% กับปัญหาที่แก้ได้ คิดหาทางว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะมีคนรอบข้างต้องการเราอยู่&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>ฝากทิ้งท้ายถึงทุกคนที่กำลังสู้อยู่</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       พี่จำมาจากพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ อีกทีนะ คิดว่ามันเป็นคาถาที่อย่างน้อยถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ทำให้นอนหลับได้ คือถ้าเราลองเอาปัญหาในชีวิตเรามากอง แยกออกเป็น 3 อย่าง คือปัญหาที่แก้ไม่ได้ ปัญหาที่แก้ได้แต่ใช้เวลา และปัญหาที่แก้ได้</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;">       ปัญหาที่แก้ไม่ได้ เช่น น้ำมันลง หุ้นตก ทองขึ้น เราแก้ไม่ได้ ปัญหาที่แก้ได้แต่ใช้เวลา เช่น เมื่อไหร่วัคซีนจะมา เรารู้ว่าเดี๋ยวมันจะมาแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ส่วนปัญหาที่แก้ได้ เช่น ปัญหาของพนักงาน ปัญหาของลูกค้า ปัญหาของคู่ค้าเรา ปัญหาของครอบครัว </span><span style="font-size: 14pt;">เราควรใช้เวลา<strong> 80% </strong>กับปัญหาที่แก้ได้ คิดหาทางว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะมีคนรอบข้างต้องการเราอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เรียบเรียงโดย</strong>  อินทร์แก้ว โอภานุเคราะห์กุล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif; font-size: 14pt;">Interviewers</span></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-7182" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3.png" alt="" width="135" height="135" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3.png 851w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-300x300.png 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-150x150.png 150w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-768x768.png 768w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2020/05/โครงการใหม่-3-610x610.png 610w" sizes="(max-width: 135px) 100vw, 135px" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif;">มัณฑิตา จินดา (ทิป)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-family: 'comic sans ms', sans-serif;">นักการตลาดดิจิทัล นักเขียน และเจ้าของเพจ Digital Tips Academy<br />
ที่หลายๆคนเรียกว่า “ครูทิป”<br />
&#8230;.หลงรักงานสอนและการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ<br />
&#8230;ชอบ Live ตอนดึกๆ<br />
และมีความสุขกับการได้คุยกับคนเก่งๆ</span></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/interviews-thana/">ธนา เธียรอัจฉริยะ | ยกมืออาสา ไม่เกี่ยงงาน ทัศนคติสู้ทุกวิกฤติ</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
