Sale Page (เซลเพจ) เว็บไซต์หน้าเดียวสําเร็จรูป พร้อมปิดการขาย

Sale Page (เซลเพจ) เว็บไซต์หน้าเดียวสําเร็จรูป พร้อมปิดการขาย

Sale Page (เซลเพจ) คืออะไร? ทำไมต้องใช้? Sale Page (เซลเพจ) คือ เว็บไซต์ที่แสดงสินค้าแบบหน้าเดียว เป็นหน้าเว็บไซต์ที่เอาไว้เพิ่มยอดขายสินค้าโดยเฉพาะ และสามารถปิดการขายได้ภายในเว็บไซต์หน้าเดียว โดยภายใน Sale Page จะมีข้อมูลทั้งหมดของสินค้าของคุณ เช่น รายละเอียดสินค้า รูปภาพ วิดีโอ ราคา การแจ้งโปรโมชัน รีวิวจากลูกค้า และมีปุ่ม Call To Action ที่จะเป็นปุ่มที่ทำให้ลูกค้าทำกิจกรรมอะไรบางอย่างที่คุณต้องการ เช่น ซื้อสินค้า พูดคุยกับร้านค้า ลงทะเบียนให้ความสนใจ หรือลิงก์ไปยังช่องทางการปิดการขายที่คุณตั้งไว้ (Facebook, LINEOA) เป็นต้น Sale Page (เซลเพจ) ดียังไง ทำไมต้องใช้? การมี Sale Page สำหรับธุรกิจนั้นจะช่วยทำให้ลูกค้าของคุณเข้าใจในตัวสินค้า/บริการได้ดีมากขึ้น เพราะรายละเอียดทั้งหมดจะถูกใส่อยู่ใน Sale Page หน้าเดียว ซึ่งไม่ซับซ้อน ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย กระตุ้นให้เกิดการซื้อได้ดีกว่าการทำเว็บไซต์ในรูปแบบอื่น ๆ อีกทั้งการมี Sale…

Social Media Marketing (SMM) คืออะไร ส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

Social Media Marketing (SMM) คืออะไร ส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

หากพูดถึงหนึ่งในเทคนิคการทำงานของ Digital Marketing หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ Social media marketing (SMM) หรือการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียอยู่ในนั้นด้วยแน่นอน ด้วยข้อดีที่ส่งผลต่อธุรกิจของคุณหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การช่วยเพิ่มการรับรู้ให้แบรนด์ สร้างยอดขาย สร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ไปจนถึงการเก็บข้อมูล ทำการสำรวจกลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ โดยในปัจจุบันก็มีแพลตฟอร์ม Social Media ให้เลือกใช้งานเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, LINE, Twitter, YouTube หรือ TikTok ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแพลตฟอร์มที่คุณสามารถนำไปใช้งานในการทำ Social media marketing ได้ ในบทความนี้เราเลยขอมาอธิบายว่าจริง ๆ แล้ว Social Media Marketing (SMM) คืออะไร ส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างไร เพื่อให้คุณนำเอาความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการทำ Social Media Marketing ของธุรกิจคุณต่อไป   Social Media Marketing (SMM) คือ ก่อนที่จะทราบถึงความหมายของการทำ Social…

Digital Tips พร้อมช่วย SMEs ไทยบุกตลาดโลกด้วยโครงการ Jumpstart Online by Digital Tips

Digital Tips พร้อมช่วย SMEs ไทยบุกตลาดโลกด้วยโครงการ Jumpstart Online by Digital Tips

Digital Tips Academy สถาบันสอนเทคนิคการทำธุรกิจออนไลน์ การตลาดดิจิทัล และการพัฒนาตัวเอง ได้ขึ้นเวทีร่วมงาน Amazon Global Selling Thailand Seller conference 2020 โดยเป็นหนึ่งใน Service Provider ที่ช่วยสนับสนุนโครงการ Jumpstart ที่จะมาช่วยพัฒนาเนื้อหาความรู้ในเรื่องการทำการตลาดบน Amazon.com เพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทย โอกาสครั้งสำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ไทย มาถึงแล้ว สำหรับโครงการ Jumpstart online by Digital Tips วัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องตั้งแต่ก้าวแรกให้กับ SMEs ไทย ได้สามารถส่งออกสินค้าของไทยไปให้คนทั่วโลกได้รู้จัก โดยมีรูปแบบเนื้อหาเป็นภาษาไทย สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปเรียนรู้ผ่านบทเรียนต่างๆ ที่จัดทำขึ้นใหม่ทั้งหมด ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สนุก และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและรวดเร็ว โดยสามารถรับชมได้ฟรีบน e-learning platform ของ Digital Tips Academy โดยจะเริ่มใช้งานได้ในไตรมาส 2 ของปี 2021 นอกจากตัวหลักสูตรนี้…

สรุป 7 ข้อคิดจากการสัมภาษณ์พี่ฟลุค เกริกพล

สรุป 7 ข้อคิดจากการสัมภาษณ์พี่ฟลุค เกริกพล

สรุป 7 ข้อคิดจากการสัมภาษณ์พี่ฟลุค เกริกพล . . 1. ในช่วงเวลาแบบนี้ ลดสิ่งที่เป็น Wants และเหลือเฉพาะสิ่งที่เป็น Need มากขึ้น ของอะไรที่ไม่จำเป็นและไม่เพิ่มมูลค่าตัดออกไปก่อน . . 2. ในทางกลับกัน ถ้าเราพอมีเงินทุนอยู่บ้าง ลองแบ่งบางส่วนออกมาลงทุนใน ‘ทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า’ เพราะช่วงนี้คือโอกาสดีมากที่จะได้ซื้อของดีในราคาไม่แพง เช่น นาฬิกาบางรุ่น หุ้นบางตัว . . 3. ในวิกฤติมันมีโอกาส ดังนั้น ตอนนี้จึงเป็นโอกาสเป็นของคนมีเงินสด . . 4. มีเงินไม่เยอะ ก็สามารถซื้อหุ้นได้ อย่ามองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เวลามองผลตอบแทน ให้มองเป็นเปอร์เซนต์ (% ) อย่ามองเป็นตัวเลข ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ต้องเลือกตัวที่เราคิดว่าอนาคตจะดี . . 5. ที่สำคัญ หลีกเลี่ยง”หุ้นเพื่อนบอก” อันตรายสุด! เพราะเพื่อนชอบบอกตอนซื้อ ไม่ค่อยบอกตอนขาย ว่าต้องขายตอนไหน???? . ….

มาปั้นโปรไฟล์ Twitter ด้วยเทคนิคเหล่านี้กันดีกว่า!

มาปั้นโปรไฟล์ Twitter ด้วยเทคนิคเหล่านี้กันดีกว่า!

Twitter หนึ่งในแพลตฟอร์มที่นักการตลาดดิจิทัลคนไหนๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “มาแรง” อย่างมากในปัจจุบัน อาจเป็นเพราะว่าคอนเซ็ปต์ของแพลตฟอร์มดันตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ ไม่ชอบเสพอะไรยาวๆ แต่มักจะอ่านอะไรที่สั้น กระชับ รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ ฯลฯ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ Twitter เติบโตอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าเมื่อที่ใดเริ่มมีผู้คนเข้าไปใช้งานเป็นจำนวนมาก มันก็มักจะพ่วงมากับโอกาสในการทำธุรกิจเป็นเรื่องธรรมดา วันนี้เราจึงหยิบเอาเทคนิคดีๆ ในการทำให้โปรไฟล์ Twitter ของคุณดูโดดเด่นและเรียกคนให้เข้ามากด Follow ไว้เผื่อเป็นไอเดียให้คุณลองนำไปปรับใช้ ทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างโปร่งใส จากการศึกษาระหว่าง MAGNA & Twitter พบว่าการที่แบรนด์มีวัฒนธรรมองค์กรที่ชอบช่วยเหลือในเรื่องสาธารณะประโยชน์หรือการกุศล จะช่วยเพิ่มการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้ถึง 25% ความหมายคือผู้คนมักจะชื่นชมแบรนด์ที่ถ้าพูดเป็นภาษาแบบไทยๆ ก็จะประมาณ “คืนความสุขแก่สังคม” ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อย่าลืมจัดแคมเปญการกุศลโดยแบรนด์ของคุณบ้าง ไม่จำเป็นต้องจัดอะไรให้ใหญ่โต แล้วแน่นอนว่าเมื่อจัดแล้วจงทำอย่างโปร่งใสและทวีตอัปเดตอยู่เรื่อยๆ ด้วยล่ะ Twitter ก็ชอบวิดีโอ หากคุณทำคอนเทนต์วิดีโอลง YouTube ตัดไฮไลท์ลอง Facebook, Instagram, IGTV แล้วล่ะก็ อย่าลืมที่จะนำมาโพสต์ลง Twitter ด้วย เพราะผู้ใช้ทวิตเตอร์รับชมวิดีโอกว่า 2 พันล้านคลิปในทุกๆ วัน ซึ่งตัวเลขโตขึ้นถึง 66%…

Chatbot ดีหรือไม่ อยู่ที่ว่าคุณทำธุรกิจแบบไหน?

Chatbot ดีหรือไม่ อยู่ที่ว่าคุณทำธุรกิจแบบไหน?

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินหรือพอรู้จักเครื่องมืออย่าง Chatbot กันมาบ้างและแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็สนใจที่จะใช้มันในการทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเอง แต่ถ้าหากคุณยังคิดไม่ตกว่าจะใช้หรือไม่ใช้ดี คุณมาถูกที่แล้วเพราะบทความนี้เราตั้งใจจะมาบอกว่าคุณในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ใช้ Facebook (แพลตฟอร์มอื่นก็สามารถใช้ Chatbot ได้ แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงใน Facebook เป็นหลัก) ควรจะใช้ Chatbot หรือไม่ อีกทั้งมันมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร Chatbot คืออะไร แปลความหมายก็ง่ายๆ เหมือนชื่อเลยนั่นก็คือ “หุ่นยนต์ช่วยแชท” หรือก็คือโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาสำหรับงานโต้ตอบบทสนทนาในแชทโดยเฉพาะ ซึ่งเครื่องมือนี้เป็นที่นิยมอย่างมากกับคนทำธุรกิจบน Facebook โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริษัทหรือองค์กรที่ไม่มีแอดมินคอยดูแลในส่วนงานนี้ Chatbot ดีอย่างไร ถ้าคุณเป็นคนทำธุรกิจประเภทที่ว่าไม่มีเวลามานั่งดูแชททั้งวัน Chatbot จะตอบโจทย์กับคุณมากเพราะมันจะช่วยโต้ตอบสิ่งต่างๆ แทนคุณในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีขึ้นอยู่กับความละเอียดในการตั้งค่าของคุณว่าจะสามารถดักคำคีย์เวิร์ดในการแชทของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น ขายเสื้อผ้า แน่นอนว่าลูกค้ามักจะต้องทักเข้ามาถามแบบ ขนาด สี ราคา โปรโมชั่น ฯลฯ แชทบอทก็สามารถตอบคำถามเหล่านี้แทนคุณได้หมดหากใส่ไว้ครบถ้วนแล้วคุณค่อยเข้ามาแชทให้ข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลังอีกที   ใช้ Chatbot ดีมั้ย จริงอยู่ที่โปรแกรมอัจฉริยะนี้มีข้อดีมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่คุณมองข้ามไม่ได้นั่นคือ “นิสัยคนไทย” อย่างไรก็ตามคนไทยเราเป็นพวกชอบคุย ชอบปรึกษา แน่นอนว่าลูกค้าของคุณจะรู้สึกดีกว่ามากหากพวกเขาได้สนทนากับคนจริงๆ ดังนั้นถ้าธุรกิจของคุณไม่ใหญ่มากแล้วคุณเองพอจะมีเวลาดูแลในส่วนนี้หรือมีงบในการจ้างแอดมินมาคอยพูดคุยให้ข้อมูลกับลูกค้าเราก็ไม่แนะนำให้ใช้ Chatbot นอกซะจากช่วงเวลาปิดร้าน อันนี้ใช้ได้ไม่ว่ากัน…

Email Marketing (EDM) เทคนิคการตลาดสำหรับคนมีกำลังซื้อที่ไม่ควรมองข้าม

Email Marketing (EDM) เทคนิคการตลาดสำหรับคนมีกำลังซื้อที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับเจ้าของธุรกิจคนไทย (ส่วนใหญ่) Email Marketing คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาจะนึกถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ SME ด้วยแล้ว แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในส่วนนี้เลย ซึ่งหากถามเราว่า “ไม่สนใจ” แล้วผิดมั้ย คำตอบคือ “ไม่ผิด” แต่บทความนี้เราจะพาทุกคนมาดูประโยชน์ของการทำ Email Marketing หรือ EDM (Electronic Direct Mail) ว่ามีข้อไหนน่าสนใจบ้าง   EDM คืออะไร หากแปลตามชื่อ EDM หรือ Electronic Direct Mail ก็คือการส่งอีเมลไปยังผู้รับ ซึ่งในที่นี้ก็คือลูกค้าของเราได้โดยตรง คอนเทนต์ที่อยู่ข้างในส่วนใหญ่จะเป็นโปรโมชั่นของสินค้าหรือบริการของธุรกิจต่างๆ ที่อยากจะนำเสนอให้กับลูกค้าเก่าหรือลูกค้าที่อาจจะเคยสนใจและให้ข้อมูลอีเมลกับทางร้านเอาไว้ เป็นการกระตุ้นยอดขายและเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จอีกทางหนึ่งด้วย ธุรกิจแบบไหนที่เหมาะ สำหรับธุรกิจที่เหมาะและควรนำ EDM เข้าไปอยู่ในแผนการตลาดคือ “ธุรกิจอะไรก็ได้” ที่มีสินค้าหรือบริการชัดเจนและมีจุดประสงค์แน่ชัดว่าต้องการทำ EDM ไปเพื่ออะไร เช่น โปรโมทแบรนด์ โปรโมทสินค้า มอบส่วนลดของสมมนาคุณให้กับลูกค้าเก่า หรือโปรโมชั่นต่างๆ เป็นต้น   ข้อดีของการใช้ EDM อย่างน้อยคุณก็มั่นใจได้เลยว่าอีเมลที่ถูกส่งออกไปจะไปถึงผู้รับซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณได้…

7 ไอเดียคิดโปรฯ ออนไลน์ให้โดนใจลูกค้า

7 ไอเดียคิดโปรฯ ออนไลน์ให้โดนใจลูกค้า

เจ้าของธุรกิจหลายต่อหลายคนต่างทุ่มเททั้งเวลา งบประมาณ ความตั้งใจต่างๆ ลงไปกับการประดิษฐ์คอนเทนต์โดนๆ แต่งเพจให้สวยน่าสนใจ ทำโซเชียลมีเดียครบทุกช่องทางเอาง่ายๆ ว่าผู้เชี่ยวชาญการตลาดคนไหนบอกว่าทำแล้วดีก็ทำมาหมดแล้ว จนลืมไปซะสนิทว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดคืออะไร… แน่นอนว่าถ้าในฐานะเจ้าของกิจการ “ผลกำไร” ดูจะเป็นแรงผลักดันให้คุณทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ออกมาดี แต่ในฐานะผู้บริโภคนั้นนอกจากของคุณต้องเป็นของคุณภาพดีแล้ว โปรโมชั่น ราคาต่างๆ ล่ะสามารถเป็นส่วนช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าจากคุณได้มากน้อยแค่ไหน โอกาสนี้เราจึงอยากนำเอาเทคนิคการคิดโปรฯ ออนไลน์มาฝากให้ไปลองปรับใช้กัน ซื้อ 1 แถม 1 มันเอาท์ไปแล้วโปรฯ นี้ไม่ว่าจะใช้กี่ยุคกี่สมัยก็ได้รับการตอบรับที่ดีแต่ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปอย่างสินเชิง ธุรกิจเดียวกันมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า ทั้งภาคออฟไลน์ที่มีแบรนด์ใหญ่ๆ ทำการตลาดอย่างมหาโหด กับออนไลน์ที่แทบจะไม่ต่างกัน ดังนั้นจาก ซื้อ 1 แถม 1 อาจลองเปลี่ยนไปแถมมากขึ้นดูมั้ย?ก็ไม่ได้มีใครบอกหนิว่าของที่จะแถมให้จำเป็นต้องเป็นสินค้าหน้าตาเหมือกันเสมอไป คุณอาจใช้โปรฯ ซื้อ 1 แถม 3  ของแถมอาจเป็นส่วนลด ผสมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เหมือนที่เหล่าค่ายมือถือยุคนี้ชอบทำกันก็ได้ มันไม่ใช่การหลอกลวงผู้บริโภคแต่มันคือ “กลยุทธ์ทางการตลาด” เพียงแต่ต้องบอกลูกค้าให้ชัดเจนถึงสิ่งที่พวกเขาจะได้ก็เท่านั้น ลงทะเบียนวันนี้ รับฟรีทันทีของสมมนาคุณวิธีนี้ธุรกิจอสังหาฯ มักเลือกใช้เพราะพวกเขาต้องการให้ลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมโครงการ ดังนั้นพวกเขามักเลือกที่จะทำโฆษณาแบบ Lead Generation จากนั้นก็แนบโปรฯ เช่น ลงทะเบียนเข้าชมโครงการวันนี้ส่วนลดทันที… หรือลงทะเบียนวันนี้รับของสมนาคุณได้ฟรีที่สำนักงานขาย เป็นต้น…

โพสต์กี่ครั้งต่อวันถึงจะดี กับความเชื่อผิดๆ ที่คุณอาจทำพลาด

โพสต์กี่ครั้งต่อวันถึงจะดี กับความเชื่อผิดๆ ที่คุณอาจทำพลาด

เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานถึงจำนวนในการโพสต์คอนเทนต์ในแต่ละวันว่ามากหรือน้อยแค่ไหนถึงจะถือว่ากำลังพอดี หากถามว่าเฟซบุ๊กมีการกำหนดไว้หรือไม่ว่าในหนึ่งวันโพสต์ได้ไม่เกินกี่คอนเทนต์ คำตอบก็คือ “ไม่” จะมีก็แต่จำนวนที่แนะนำมากกว่าว่าในแต่ละวันควรจะโพสต์ไม่เกินกี่คอนเทนต์เพื่อไม่ให้คนที่ติดตามเรารู้สึกรำคาญ และไม่ใช่แค่ในเฟซบุ๊กเพียงอย่างเดียว เพราะโซเชียลมีเดียอื่นๆ ก็ต้องการความถี่ในการขึ้นคอนเทนต์ที่ต่างกันออกไป วันนี้เราได้รวมเอาจำนวนที่แนะนำในการโพสต์ของแต่ละแพลตฟอร์มมาฝากกัน Facebook3 โพสต์ / สัปดาห์ = น้อยเกินไป1 โพสต์ / วัน = แนะนำ2 โพสต์ / วัน = มากเกินไป Instagram1 โพสต์ / วัน = น้อยเกินไป1-2 โพสต์ / วัน = แนะนำ3 โพสต์ / วัน = มากเกินไป Twitter3 ทวีต / วัน = น้อยเกินไป15 ทวีต / วัน = แนะนำ30 ทวีต / วัน…

“ระบบสมาชิก” กลยุทธ์การเก็บข้อมูลลูกค้าสุดเนียน

“ระบบสมาชิก” กลยุทธ์การเก็บข้อมูลลูกค้าสุดเนียน

คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมแบรนด์สินค้า ห้างร้านต่างๆ ถึงชอบคะยั้นคะยอให้เราสมัครสมาชิกกับพวกเขา แถมยังมีส่วนลดของแถมมาเป็นสิ่งยั่วยวนใจให้เราสมัครไป แล้วอย่างนี้ร้านจะได้อะไร ไม่ขาดทุนแย่หรอ? คำตอบคือ สิ่งที่ร้านจะได้ไปนั้นนั่นก็คือ “ข้อมูล” ของสมาชิกทุกคนนั่นเอง! ว่าแต่พวกเขาจะเอาข้อมูลเหล่านั้นไปเพื่ออะไร? ในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือคนที่ทำแบรนด์สินค้าคุณควรเข้าใจเรื่องนี้ให้มากๆ ทำไมข้อมูลจึงสำคัญกับธุรกิจนัก คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า “Data is a new oil” รึเปล่า เพราะข้อมูลจะกลายมาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่ายุคปัจจุบันข้อมูลก็ถือเป็นของหายากที่แบรนด์ต่างๆ ต้องเก็บสะสมกันเอาเองแล้ว (ถึงจะมีขายแต่ราคาก็สูงเกินจำเป็น) ทีนี้วิธีที่ดีและง่ายที่สุดในการขอข้อมูลจากลูกค้า ซึ่งอยู่ๆ ถ้าคุณไปขอให้พวกเขาให้ข้อมูลกับคุณคงเป็นไปไม่ได้และไม่มีใครยอมให้ง่ายๆ แน่นอน ระบบสมาชิก จึงเป็นตัวกลางที่ทำให้ลูกค้ายอมแลกข้อมูลของพวกเขากับสิทธิพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด โปรฯ สุดพิเศษ ของแถม ทีนี้เห็นรึยังว่าระบบสมาชิกนั้นทรงอิทธิพลแค่ไหน อยากทำระบบสมาชิกบ้าง ทำได้มั้ย?แน่นอนว่าคุณทำได้ แต่ก่อนจะทำระบบสมาชิกขึ้นมาคุณควรจะวางโครงสร้างโปรโมชั่น ราคาหรือพูดง่ายๆ คืองัดแผนธุรกิจขึ้นมาอาบน้ำปะแป้งใหม่เสียก่อน เพราะหากจู่ๆ คุณทำไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจจะขาดทุนจนเจ๊งไม่เป็นท่าก็ได้และเมื่อพร้อมสำหรับการมีสมาชิกในแบรนด์ของตนแล้ว รู้รึเปล่าว่าข้อมูลที่คุณควรจะเก็บมีอะไรบ้างและหลังจากเก็บมาแล้วจะเอาข้อมูลเหล่านั้นไปทำอะไร โดยส่วนใหญ่ข้อมูลที่ห้างร้านต่างๆ เก็บจากลูกค้าก็จะมี ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ที่อยู่ และเลขที่บัตรประชาชน อันนี้คือข้อมูลขั้นพื้นฐาน แต่บางแห่งก็มีการเก็บอย่างละเอียดอย่างเช่นผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ ที่จะมีการถามถึงสถานะทางครอบครัว วุฒิการศึกษา…