<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SME Inspire Archives - Digital Tips Academy</title>
	<atom:link href="https://thedigitaltips.com/sme-inspire/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thedigitaltips.com/sme-inspire/</link>
	<description>Online Digital Marketing Course</description>
	<lastBuildDate>Sat, 05 Oct 2024 08:29:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2023/03/download-150x150.png</url>
	<title>SME Inspire Archives - Digital Tips Academy</title>
	<link>https://thedigitaltips.com/sme-inspire/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เคลียร์ชัด Brand Awareness คืออะไร พร้อมเคล็ดลับสร้างการรับรู้แบรนด์</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-brand-awareness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2024 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[SME Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com/?p=16303</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้างแบรนด์ คือการทำให้คนสามารถจดจำแบรนด์ของคุณได้ และเปิดใจให้กับสินค้าและบริการของคุณในเวลาต่อมา ซึ่งการทำให้คนจดจำ หรือที่รู้จักกันดีในนามการสร้าง Brand Awareness แม้จะมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยระยะเวลา ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้ไปพร้อม...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-brand-awareness/">เคลียร์ชัด Brand Awareness คืออะไร พร้อมเคล็ดลับสร้างการรับรู้แบรนด์</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<p>สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ<a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/branding-strategy/">การสร้างแบรนด์ </a>คือการทำให้คนสามารถจดจำแบรนด์ของคุณได้ และเปิดใจให้กับสินค้าและบริการของคุณในเวลาต่อมา ซึ่งการทำให้คนจดจำ หรือที่รู้จักกันดีในนามการสร้าง Brand Awareness แม้จะมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยระยะเวลา ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันว่า Brand Awareness คืออะไร และถ้าต้องการสร้าง Brand Awareness ต้องทำอย่างไรบ้าง</p>





<h2>Brand Awareness คืออะไร</h2>
<p>Brand Awareness คือ ความตระหนักรู้เกี่ยวกับแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างแบรนด์ แสดงถึงความสามารถของผู้คนในการจดจำ และระลึกถึงแบรนด์ในด้านต่าง ๆ เช่น โลโก้ ผลิตภัณฑ์ หรือโฆษณา ทั้งนี้ การมี Brand Awareness ที่สูงหมายความว่า ลูกค้าจะนึกถึงแบรนด์ของคุณก่อนเป็นอันดับแรก ๆ เมื่อพวกเขาพิจารณาซื้อสินค้าหรือบริการในหมวดหมู่นั้น</p>
<h2>Brand Awareness มีกี่ระดับ</h2>
<p>เราสามารถแบ่ง Brand Awareness ได้ออกเป็น 4 ระดับ ตามการรับรู้ของผู้บริโภค ดังนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16305" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114074633.jpg" alt="Brand Awareness Stages" width="975" height="750" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114074633.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114074633-300x231.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114074633-768x591.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.mailmodo.com/guides/brand-awareness/">https://www.mailmodo.com/guides/brand-awareness/</a></p>
<h3>Unaware of Brand</h3>
<p>ระดับที่ผู้บริโภคไม่รู้จักสินค้าและบริการของคุณ และไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์ของคุณมาก่อน แน่นอนว่าหากจะเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายกลุ่มนี้ คุณควรศึกษาข้อมูลของพวกเขาให้ดี รวมถึงศึกษาแบรนด์ที่มักจะครองใจพวกเขาด้วย</p>
<h3>Brand Recognition</h3>
<p>ในระดับนี้ คือระดับที่ผู้บริโภคเริ่มจดจำโลโก้แบรนด์ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของโลโก้แบรนด์ได้ อาจเกิดจากการเคยเห็นโฆษณา หรือเคยเห็นโพสต์ของแบรนด์บนหน้าฟีด อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคในระดับนี้จะยังไม่ทราบว่า สินค้าและบริการของคุณมีจุดเด่นอะไร หรือต่างกับแบรนด์อื่น ๆ อย่างไร</p>
<h3>Brand Recall</h3>
<p>ในระดับนี้ ผู้บริโภคจะสามารถระลึกถึงโลโก้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องมีตัวช่วยใด ๆ อาจเกิดจากการเห็นโฆษณาของแบรนด์บ่อยครั้ง หรือจัดชื่อแบรนด์อยู่ในกลุ่มของสินค้าที่ตัวเองคุ้นเคย ดังนั้น การเข้าหาลูกค้ากลุ่มนี้จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก</p>
<h3>Top of Mind</h3>
<p>ถือเป็นระดับสูงสุดของการสร้าง Brand Awareness เพราะไม่เพียงลูกค้าจะจดจำทั้งชื่อและโลโก้ของแบรนด์ได้ แต่ยังคิดถึงแบรนด์ของคุณเป็นอันดับแรกเสมอ เมื่อนึกถึงสินค้าและบริการประเภทเดียวกัน</p>
<p>&gt;&gt; อ่านเพิ่มเติม: <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/7-techniques-to-build-brand-loyalty/"><strong>เทคนิคสร้าง Brand Loyalty ฉบับมืออาชีพ ดึงลูกค้าให้รีบซื้อซ้ำ</strong></a></p>
<h2>Brand Awareness สำคัญต่อการสร้างแบรนด์อย่างไร</h2>
<p>Brand Awareness มีความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ในหลาย ๆ ด้าน เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดความสำเร็จของแบรนด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยเราสามารถสรุปความสำคัญของ Brand Awareness ที่มีต่อการสร้างแบรนด์ได้ดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16306" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114082286.jpg" alt="Brand Awareness Benefits" width="810" height="566" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114082286.jpg 810w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114082286-300x210.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114082286-768x537.jpg 768w" sizes="(max-width: 810px) 100vw, 810px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.deskera.com/blog/brand-awareness/">https://www.deskera.com/blog/brand-awareness/</a></p>
<ul>
<li><strong>เพิ่มการรับรู้และความไว้วางใจ</strong>: เมื่อลูกค้ารับรู้และคุ้นเคยกับแบรนด์ของคุณ พวกเขามีแนวโน้มที่จะเชื่อถือและรู้สึกดีต่อแบรนด์นั้นมากขึ้น</li>
<li><strong>สร้างความเป็นผู้นำในตลาด</strong>: แบรนด์ที่มีระดับการรับรู้สูงมักจะถูกมองว่าเป็นผู้นำในหมวดหมู่นั้น ซึ่งความเป็นผู้นำนี้ช่วยให้แบรนด์มีอำนาจต่อรองที่ดีกว่าในการจัดการกับผู้จำหน่ายและช่องทางจำหน่าย</li>
<li><strong>รับรองความเชื่อมั่นในการซื้อ</strong>: ผู้บริโภคมักจะซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่พวกเขารู้จักและรู้สึกสบายใจ ซึ่งการมี Brand Awareness ที่แข็งแกร่งจึงช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสามารถเพิ่มยอดขายได้</li>
<li><strong>ลดต้นทุนการได้มาของลูกค้า </strong>: แบรนด์ที่มีการรับรู้สูงไม่ต้องใช้เงินมากมายในการดึงดูดลูกค้าใหม่ เนื่องจากชื่อเสียงและการรับรู้ที่มีอยู่แล้วช่วยลดความจำเป็นในการโฆษณาอย่างหนัก</li>
<li><strong>ช่วยในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่</strong>: เมื่อแบรนด์มี Brand Awareness มากพอ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่จะง่ายขึ้น เนื่องจากลูกค้ามีความเต็มใจที่จะทดลองหรือยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ที่พวกเขาไว้วางใจ</li>
</ul>
<h2>รวมทริคการสร้าง Brand Awareness ให้ได้ผล ฉบับแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่!</h2>
<p>หากคุณกำลังมองหาทริคใหม่ ๆ สำหรับการสร้าง Brand Awareness ให้ได้ผล ลองทำตาม 4 เคล็ดลับนี้จาก Digital Tips รับประกันให้ผลเป็นที่น่าพอใจแน่นอน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16307" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114091411.jpg" alt="Brand Awareness Benefits" width="682" height="682" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114091411.jpg 682w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114091411-300x300.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1728114091411-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.pivony.com/blog/7-key-steps-to-brand-awareness-strategy">https://www.pivony.com/blog/7-key-steps-to-brand-awareness-strategy</a></p>
<h3>1. ฝึกวาง Brand Positioning</h3>
<p><a href="https://thedigitaltips.com/blog/news/5-brand-positioning-strategies/">Brand Positioning</a> คือการกำหนดตำแหน่งของแบรนด์ในตลาด โดยเทียบกับคู่แข่งที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน การฝึกวางตำแหน่งแบรนด์เช่นนี้จะทำให้คุณเห็นภาพชัดขึ้นว่า สำหรับผู้บริโภคแล้วแบรนด์ของคุณอยู่ตรงไหน และผู้บริโภคมีแนวโน้มจะเลือกคุณหรือคู่แข่งมากกว่า เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคา โลเคชัน หรือคุณภาพสินค้า</p>
<h3>2. นำเสนอความเป็นแบรนด์ให้ชัดเจน ผ่านงาน Copywriting</h3>
<p>แนะนำให้คิดคำ สโลแกน หรือ Copywriting ที่ทรงพลัง และบ่งบอกความเป็นแบรนด์อย่างชัดเจน ทั้งจุดเด่น ประโยชน์ อัตลักษณ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นแล้วสามารถจดจำได้ทันที</p>
<h3>3. ใช้ฟอนต์ สี โลโก้ และถ้อยคำที่สอดคล้องกัน</h3>
<p>การออกแบบตราสินค้ามีพลังในการสร้าง Brand Awareness ค่อนข้างมาก เพราะเป็นสิ่งแรก ๆ เกี่ยวกับแบรนด์ที่ผู้บริโภคจะสามารถจำได้ ดังนั้น แนะนำให้ใช้สีสันที่สะดุดตา ประกอบกับงานอาร์ต และตัวฟอนต์ ที่ไปด้วยกันได้กับสีประจำแบรนด์</p>
<h3>4. ทำให้ตราสินค้าไปปรากฏอยู่ในหลาย ๆ ช่องทาง</h3>
<p>ในช่วงที่คุณกำลังสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แนะนำให้พยายามเผยแพร่ตราสินค้าให้กระจายตามช่องทางต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Social Media ทุก ๆ แพลตฟอร์ม การใช้ Influencer หรือการโฆษณาแบบ Out Of Home เพื่อให้คนจดจำชื่อแบรนด์และโลโก้ได้ก่อน</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>Brand Awareness คือ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์ และแม้จะสร้างแบรนด์จนมีคนจดจำได้แล้ว แต่การสร้างการรับรู้ก็ยังคงต้องมีต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้เจอกับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นกว่าเดิม</p>
<p> </p>
<p>อ้างอิง</p>
<p>Semrush. A Guide to Build Brand Awareness: 21 Tactics with Examples</p>
<p>Available from: <a href="https://www.semrush.com/blog/increase-brand-awareness/?kw=&amp;cmp=AA_SRCH_DSA_Blog_EN_Voyantis&amp;label=dsa_pagefeed&amp;Network=g&amp;Device=c&amp;utm_content=683768476929&amp;kwid=dsa-2264713437285&amp;cmpid=21518290771&amp;agpid=168109085209&amp;BU=Core&amp;extid=111124696114&amp;adpos=&amp;gad_source=1&amp;gclid=Cj0KCQjwlvW2BhDyARIsADnIe-KfM-TWNGEf3u_IQDaG9xOpfGQKooJ4N9KRylfYXSSDsHakwINeHykaAqEHEALw_wcB#5-key-elements-of-a-successful-brand-awareness-strategy">https://www.semrush.com/blog/increase-brand-awareness/</a></p>
<p>Investopedia. What Is Brand Awareness? Definition, How It Works, and Strategies</p>
<p>Available from: <a href="https://www.investopedia.com/terms/b/brandawareness.asp">https://www.investopedia.com/terms/b/brandawareness.asp</a></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-brand-awareness/">เคลียร์ชัด Brand Awareness คืออะไร พร้อมเคล็ดลับสร้างการรับรู้แบรนด์</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 กรณีศึกษาสำหรับการทำแบรนด์เสื้อผ้า ที่นักธุรกิจหน้าใหม่ต้องรู้</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/business/3-case-studies-for-fashion-brand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[SME Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com/?p=16267</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจด้านแฟชั่น เช่น การทำแบรนด์เสื้อผ้า แบรนด์รองเท้า หรือแบรนด์เครื่องประดับ เพราะนอกจากจะสะท้อนตัวตนของเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมี...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/3-case-studies-for-fashion-brand/">3 กรณีศึกษาสำหรับการทำแบรนด์เสื้อผ้า ที่นักธุรกิจหน้าใหม่ต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<p>ใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจด้านแฟชั่น เช่น การทำแบรนด์เสื้อผ้า แบรนด์รองเท้า หรือแบรนด์เครื่องประดับ เพราะนอกจากจะสะท้อนตัวตนของเจ้าของธุรกิจได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมี Vibe ที่สนุก ท้าทาย และอยู่กับความสวยงาม ในบทความนี้ Digital Tips จึงรวบรวม 3 Case Study สำหรับการทำแบรนด์เสื้อผ้า ที่นักธุรกิจหน้าใหม่เช่นคุณต้องรู้มาฝาก ไปติดตามกันได้เลย!</p>
<p>&gt;&gt; อ่านเพิ่มเติม: <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/6-steps-to-create-the-marketing-plan-for-new-business/"><strong>6 Step วางแผนการตลาดให้ปังกว่าใคร ฉบับธุรกิจเปิดใหม่ไฟแรง </strong></a></p>





<h2>ก่อนการทำแบรนด์เสื้อผ้า คุณต้องรู้อะไรบ้าง</h2>
<p>สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ เราแนะนำให้คุณเริ่มต้นจากการลำดับความคิดก่อนว่า มีอะไรบ้างที่คุณต้องรู้ก่อนเปิดกิจการนี้ และนี่คือสิ่งที่เรารวบรวมมาได้:</p>
<h3>เป้าหมายของแบรนด์คืออะไร</h3>
<p>ธุรกิจจะไม่อาจไปต่อได้ หากขาดการวางหมุดหมายที่ชัดเจน ลองพิจารณาดูว่า <a href="https://thedigitaltips.com/blog/facebook/target-audience/">Target Audience</a> ของคุณเป็นใคร พวกเขามีไลฟ์สไตล์แบบใด และคุณเองอยากนำเสนอตัวตนแบรนด์แบบไหน แบรนด์ของคุณมีจุดยืนอย่างไร</p>
<h3>คู่แข่งมีแบรนด์อะไรบ้าง และพวกเขามีจุดเด่น &#8211; จุดด้อยอย่างไร</h3>
<p>ก่อนจะทำธุรกิจ การทำ <a href="https://thedigitaltips.com/blog/social-media-strategy/competitor-analysis/">Competitor Analysis</a> คือสิ่งสำคัญ แนะนำให้ศึกษาคู่แข่งก่อนทุกครั้ง ว่าคู่แข่งของคุณมีแบรนด์ใดบ้าง พวกเขามีจุดเด่น &#8211; จุดด้อยอย่างไร และเมื่อเทียบกันแล้ว Brand Positioning ของคุณกับพวกเขาเป็นอย่างไร</p>
<h3>จะออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไร</h3>
<p>แน่นอนว่าสำหรับการทำแบรนด์เสื้อผ้า การออกแบบคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าลืมไตร่ตรองให้ดีว่าคุณจะพิจารณาเลือกวัสดุในการตัดเย็บอย่างไร ดีลกับโรงงานไหน และวางแผนอย่างไรจึงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด</p>
<h3>จะตั้งราคาอย่างไร</h3>
<p>ลองสำรวจตลาด คิดคำนวณต้นทุน ทั้งต้นทุนหลักและต้นทุนแฝงให้ดี เพื่อตัดสินใจว่าคุณควรจะตั้งราคาอย่างไร ต่างจากคู่แข่งมากแค่ไหน และที่สำคัญ พึงตั้งราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย</p>
<h3>จะวางกลยุทธ์การตลาดอย่างไร</h3>
<p>อย่าลืมวางแผนว่าคุณจะโปรโมทสินค้าอย่างไร ผ่านช่องทางไหน จะว่าจ้าง Influencer หรือไม่ โดยวาง Marketing Strategy ทั้งระยะสั้นและระยะยาว</p>
<h2>3 Case Study การทำแบรนด์เสื้อผ้า สำหรับคนอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง</h2>
<p>สำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ที่กำลังวางแผนจะสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ลองศึกษาการวางกลยุทธ์การตลาด และวิธีการโปรโมทแบรนด์จาก 3 Case Study เหล่านี้!</p>
<h3>UNIQLO</h3>
<p>Uniqlo คือ แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ก่อตั้งโดยคุณ Tadashi Yanai เจ้าของอาณาจักรธุรกิจแนว Fast Retailing ปัจจุบัน Uniqlo มีมากกว่า 300 สาขาในญี่ปุ่น และกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16269" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851036587.jpg" alt="Uniqlo" width="975" height="735" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851036587.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851036587-300x226.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851036587-768x579.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://engoo.co.th/app/daily-news/article/uniqlo-family-business-to-fast-fashion-giant/qDkZXL8SEe6-TDu-QCqvxA">https://engoo.co.th/app/daily-news/article/uniqlo-family-business-to-fast-fashion-giant/qDkZXL8SEe6-TDu-QCqvxA</a></p>
<p>จุดขายของ Uniqlo คือการผสานความเป็น Fast Fashion เข้ากับนวัตกรรมการผลิตเสื้อผ้าชั้นสูง ทำให้ผู้สวมใส่จดจำ Uniqlo ในฐานะ ‘แบรนด์เสื้อผ้าคุณภาพ’ ซึ่งสะท้อนภาพนี้ได้ชัดกว่าแบรนด์ Fast Fashion ธรรมดา นอกจากนี้ ยังวางแผนการตลาดโดยนำเสนอแนวคิดหลัก ‘LifeWear Fashion’ เป็นตัวชูโรง ตอกย้ำให้ผู้บริโภคมีภาพจำเรื่องคุณภาพควบคู่ไปกับการจดจำตราสินค้าของ Uniqlo</p>
<p>นอกจากวางรากฐานของแนวคิดที่ชัดเจน และการกำหนด ‘จุดแข็ง’ ของแบรนด์ที่ยากเกินกว่าแบรนด์อื่น ๆ จะก้าวตามแล้ว การให้ความสำคัญกับ <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-corporate-identity/">CI </a>ของแบรนด์นี้ก็น่าสนใจ พวกเขาเลือกใช้สีหลักเพียง 2 สี คือสีแดงกับสีขาว ใช้ฟอนต์ที่มีความหนาพอดี และมักออกแบบอาร์ตเวิร์กที่มีเลย์เอาท์ไม่ซับซ้อน จับต้องได้ง่าย เพื่อสะท้อนภาพความเรียบง่ายของ Uniqlo ให้ชัดเจนขึ้น</p>
<p>เสน่ห์อีกหนึ่งข้อที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคเดินเข้าร้าน Uniqlo คือการ Mix &amp; Match ชุดบนตัวหุ่นให้โมเดิร์น แต่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตจริง ไม่เน้นโชว์ดีไซน์หรือเนื้อผ้าที่หวือหวา และไม่มีข้อห้าม หากลูกค้าอยากจะถ่ายภาพเก็บไว้ เพื่อใช้เป็น Reference ในการแต่งกาย</p>
<h3>MERGE</h3>
<p>MERGE แบรนด์ไทยน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ราว ๆ 1 &#8211; 2 ปี โดยคุณพรปวีณ์ ด่านมิ่งเย็นวงศ์ CEO สาวเจ้าของแบรนด์ แนวคิดของการทำแบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์นี้ คือการให้ความสำคัญกับความหลากหลาย และเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบไหนก็สามารถดูดีได้ในแบบฉบับของตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16270" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851043023.jpg" alt="MERGE" width="975" height="546" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851043023.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851043023-300x168.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851043023-768x430.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.pomelofashion.com/th/en/clothes/merge">https://www.pomelofashion.com/th/en/clothes/merge</a></p>
<p>ด้วยจุดขายที่ไปด้วยกันได้กับแนวคิดเรื่อง Diversity นี้เอง ทำให้ MERGE ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่ช่วงเปิดตัว และยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก MERGE ให้ความสำคัญกับการนำเสนอตัวตนบน Social Media และมักนำเสนอภาพถ่ายของนางแบบหลากไซซ์ หลายสไตล์ ทำให้ลูกค้าหลาย ๆ คนมั่นใจในการแต่งกายมากขึ้น</p>
<h3>SABINA</h3>
<p>SABINA อีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่ถือกำเนิดจากการผลิตชุดชั้นในสตรี ก่อนจะพัฒนาโดยผสมผสานเรื่องแฟชั่นเข้าไป และดีไซน์เสื้อผ้าผู้หญิงที่นำมา Mix&amp;Match ได้ทั้ง Innerwear และ Outerwear ก่อตั้งมาแล้วราว 60 ปี โดยคุณอดุลย์และคุณจินตนา ธนาลงกรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16271" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851049477.jpg" alt="SABINA" width="729" height="729" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851049477.jpg 729w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851049477-300x300.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727851049477-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 729px) 100vw, 729px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://page.line.me/mvn7586a/showcase/77910920856020/item/579622476570311">https://page.line.me/mvn7586a/showcase/77910920856020/item/579622476570311</a></p>
<p>ปัจจุบัน SABINA ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ชุดชั้นในผู้หญิงแนวแฟชั่นแถวแรกของประเทศ และส่งขายไปทั่วโลก ด้วยการปรับตัวตามเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบัน และการวาง Marketing Strategy อย่างเป็นรูปเป็นร่าง มีการพัฒนาภาพลักษณ์บน Social Media กำหนด Brand Charactor ที่ชัดเจน และจัดทำ Sales Content ควบคู่ไปกับ Knowledge Content แบรนด์นี้จึงถือเป็นหนึ่งใน Case Study การทำแบรนด์เสื้อผ้าที่มีจุดเด่นเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับตลาด และหมั่นศึกษาเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลานั่นเอง</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>ทั้ง 3 Case Study ข้างต้น เป็นตัวอย่างการทำแบรนด์เสื้อผ้าให้กับคุณได้ในแง่มุมที่ต่างกัน กล่าวคือ Uniqlo เป็นภาพแทนของแบรนด์ที่กำหนดตัวตนและจุดขายไว้อย่างชัดเจน MERGE คือภาพแทนของแบรนด์ที่เล่นกับกระแสสังคม และ SABINA คือภาพแทนของแบรนด์ที่รู้จักปรับตัว จนสามารถพยุงแบรนด์ให้อยู่ยืนยง ดังนั้น พึงศึกษาจาก 3 แบรนด์นี้ และนำเอาข้อดีของแต่ละแบรนด์ไปปรับใช้กับแบรนด์ใหม่ของคุณ</p>
<p> </p>
<p>อ้างอิง</p>
<p>Thairath Money. รู้จักปรัชญา “LifeWear Fashion” ของ Uniqlo กับการปั้นแบรนด์ที่ไม่ขอยืนบนตลาดฟาสต์แฟชั่นอีกต่อไป</p>
<p>Available from: <a href="https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/corporates/2756663">https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/corporates/2756663</a></p>
<p>TODAY. ลาซาด้า ร่วมฉลองวันสตรีสากล ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการหญิงยุคใหม่</p>
<p>Available from: <a href="https://workpointtoday.com/lazada-merge/#:~:text=%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C,%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94">https://workpointtoday.com/lazada-merge/</a></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/business/3-case-studies-for-fashion-brand/">3 กรณีศึกษาสำหรับการทำแบรนด์เสื้อผ้า ที่นักธุรกิจหน้าใหม่ต้องรู้</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Aggressive Marketing คืออะไร มีกี่ประเภท เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-aggressive-marketing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Oct 2024 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[SME Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com/?p=16260</guid>

					<description><![CDATA[<p>แต่ละธุรกิจย่อมมีวิธีการหาลูกค้าที่แตกต่างกัน บ้างก็ใช้วิธียิงโฆษณาแบบ Lead Generation ติดโปสเตอร์ ทำคลิป หรือติดต่อผ่าน Connection ที่รู้จักกัน แต่สิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรรู้ไว้...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-aggressive-marketing/">Aggressive Marketing คืออะไร มีกี่ประเภท เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แต่ละธุรกิจย่อมมีวิธีการหาลูกค้าที่แตกต่างกัน บ้างก็ใช้วิธียิงโฆษณาแบบ <a href="https://thedigitaltips.com/blog/digital-tips-and-tricks/5-techniques-for-lead-generation/">Lead Generation</a> ติดโปสเตอร์ ทำคลิป หรือติดต่อผ่าน Connection ที่รู้จักกัน แต่สิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรรู้ไว้ คือเทคนิคการหาลูกค้าในสมัยนี้จะเน้น ‘เชิงรุก’ มากกว่า ‘เชิงรับ’ และหนึ่งในเทคนิคเหล่านั้น ก็คือการใช้กลยุทธ์แบบ Aggressive Marketing หรือการตลาดเชิงรุกนั่นเอง รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลยค่ะ</p>



<p>&gt;&gt; อ่านเพิ่มเติม: <a href="https://thedigitaltips.com/blog/facebook/how-to-find-new-customer-from-facebook-update-2024/"><strong>5 วิธีหาลูกค้าจาก Facebook ที่ทุกธุรกิจควรรู้ (อัปเดต 2024)</strong></a><a href="https://thedigitaltips.com/blog/facebook/how-to-find-new-customer-from-facebook-update-2024/"></a></p>





<h2>Aggressive Marketing คืออะไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16262" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850119724.jpg" alt="Cold Call Aggressive Marketing" width="975" height="488" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850119724.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850119724-300x150.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850119724-768x384.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://2bcompany.com.br/diferencas-entre-telemarketing-e-inside-sales/">https://2bcompany.com.br/diferencas-entre-telemarketing-e-inside-sales/</a></p>
<p>Aggressive Marketing หรือ การตลาดเชิงรุก คือ การทำการตลาดแบบเน้นสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับผู้บริโภค เข้าหาผู้บริโภคก่อน เพื่อดึงดูดให้พวกเขาสนใจในตัวแบรนด์ ด้วยการมอบข้อเสนอที่ทรงพลัง <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/marketing-strategy/">กลยุทธ์การตลาด</a>ประเภทนี้ เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายภายในระยะเวลาอันสั้น หรือแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ตลาดที่ต้องแข่งขันกันสูง</p>
<h2>Aggressive Marketing มีกี่ประเภท อะไรบ้าง</h2>
<p>หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘การตลาดเชิงรุก’ อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก แต่อันที่จริงแล้วนี่คือเทคนิคที่ใช้กันมาช้านาน และถือเป็นวิธีการแรก ๆ ที่นักขายจะนึกถึง อาทิ การยืนแจกใบปลิวตามบูธ การเสนอขายเครื่องกรองน้ำตามบ้าน หรือแม้แต่การโทรศัพท์เสนอขายโปรโมชันต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ดี เราสามารถจัดกลุ่มการตลาดเชิงรุกออกได้กว้าง ๆ 4 กลุ่มดังนี้</p>
<h3>1. การเสนอขายทางโทรศัพท์</h3>
<p>การเสนอขายสินค้า/บริการทางโทรศัพท์ หรือที่ในวงการเซลส์รู้จักกันดีในนาม Cold Call มักใช้กับการทำธุรกิจแบบ <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/b2b/">B2B</a> เพราะเบอร์ที่ต้องติดต่อเสนอขายมักเป็นเบอร์กลางขององค์กรต่าง ๆ</p>
<h3>2. Email Marketing</h3>
<p>การทำ Aggressive Marketing ที่ง่ายที่สุดก็คือการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า/บริการ โปรโมชัน และงานอีเวนต์สำคัญต่าง ๆ ไปหาลูกค้าเป้าหมายผ่านอีเมล ซึ่งมักจะพบในธุรกิจแบบ B2B เช่นกัน</p>
<h3>3. การเข้าหาลูกค้าแบบตัวต่อตัวผ่านตัวแทนขาย</h3>
<p>วิธีนี้หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดี เช่น การที่เซลส์ยืนแจกใบผลิวในห้างสรรพสินค้า การออกร้าน หรือการให้คำแนะนำตามบูธต่าง ๆ ข้อดีคือสามารถพูดคุยกับลูกค้าแบบเห็นหน้าได้ แต่ข้อเสียก็คือเสี่ยงต่อการเกิดความรู้สึกในแง่ลบ</p>
<h3>4. การทำ Aggressive Marketing บนออนไลน์</h3>
<p>คุณสามารถทำการตลาดเชิงรุกบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ เพียง<a href="https://thedigitaltips.com/blog/digital-tips-and-tricks/what-is-running-advertisement/">ยิงโฆษณา</a>โดยตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับความต้องการ</p>
<h2>Aggressive Marketing มีข้อดี &#8211; ข้อเสีย อย่างไร</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16263" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850129439.jpg" alt="Aggressive Marketing Benefits" width="873" height="524" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850129439.jpg 873w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850129439-300x180.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850129439-768x461.jpg 768w" sizes="(max-width: 873px) 100vw, 873px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.marketexpress.in/2022/11/aggressive-vs-discrete-marketing-best-for-generation-z.html">https://www.marketexpress.in/2022/11/aggressive-vs-discrete-marketing-best-for-generation-z.html</a></p>
<h3>ข้อดี</h3>
<ul>
<li><strong>เพิ่ม Brand Awareness</strong>: การใช้ Aggressive Marketing ช่วยให้แบรนด์มีการปรากฏตัวที่แข็งแกร่งในตลาด ทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงแบรนด์และผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้นและชัดเจนยิ่งขึ้น</li>
<li><strong>เร่งกระบวนการตัดสินใจซื้อ</strong>: กลยุทธ์นี้มักมีการนำเสนอข้อเสนอพิเศษหรือแคมเปญที่ดึงดูดใจซึ่งทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น</li>
<li><strong>ขยายส่วนแบ่งตลาด</strong>: Aggressive Marketing ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ และขยายฐานลูกค้าได้เร็วกว่าวิธีการปกติ</li>
<li><strong>เพิ่มยอดขายระยะสั้น</strong>: ด้วยการส่งเสริมการขายที่ทรงพลังและการเสนอข้อเสนอพิเศษ ยอดขายมักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ</li>
<li><strong>สร้างเอกลักษณ์แบรนด์ที่เด่นชัด</strong>: การใช้กลยุทธ์ที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาช่วยให้แบรนด์สร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและจดจำได้ง่ายในตลาด</li>
</ul>
<h3>ข้อเสีย</h3>
<ul>
<li><strong>อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว</strong>: หากใช้ Aggressive Marketing บ่อยเกินไป อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกครอบงำและไม่พึงพอใจ ซึ่งสามารถทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว</li>
<li><strong>ความรู้สึกลบจากลูกค้า</strong>: การโฆษณาที่หนักหน่วงหรือข้อความที่ดูบีบบังคับอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกทำร้ายจากการขายหนัก ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบสนองที่เป็นลบจากลูกค้า</li>
<li><strong>เพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญคดีกฎหมาย</strong>: การตลาดแบบ Aggressive Marketing โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการอ้างอิงคู่แข่ง อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายจากคู่แข่งหรือผู้บริโภค</li>
</ul>
<h2>Aggressive Marketing เหมาะกับลูกค้าแบบไหน</h2>
<p>แน่นอนว่า Aggressive Marketing คือกลยุทธ์ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น จึงไม่ได้เหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่ม และนี่คือตัวอย่างของกลุ่มลูกค้าที่เรามองว่า สามารถเข้าถึงด้วยกลยุทธ์การตลาดเช่นนี้ได้</p>
<ul>
<li><strong>ลูกค้าที่มีความต้องการเร่งด่วน</strong>: ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าหรือบริการในเวลาอันรวดเร็ว เช่น สินค้าที่เกี่ยวกับฤดูกาลหรือต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ปัญหาทันที</li>
<li><strong>ลูกค้าที่ชอบแสวงหาข้อเสนอดี ๆ</strong>: ลูกค้าที่ต้องการข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด หรือโปรโมชั่นที่ดึงดูด เพราะ Aggressive Marketing มักใช้วิธีการลดราคาหรือข้อเสนอพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า</li>
<li><strong>ลูกค้าในตลาดที่มีการแข่งขันสูง</strong>: ในตลาดที่มีแบรนด์หลายรายแข่งขันกัน การใช้ Aggressive Marketing อาจช่วยให้แบรนด์สามารถโดดเด่นและเข้าถึงลูกค้าได้ก่อนคู่แข่ง</li>
<li><strong>ลูกค้าที่ตอบสนองต่อการกระตุ้นทางอารมณ์</strong>: ลูกค้าที่มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อโดยอิงตามอารมณ์หรือแรงกระตุ้นในช่วงเวลานั้น ๆ เป็นลูกค้าที่ตอบสนองต่อการตลาดเชิงรุกได้ดี</li>
</ul>
<h2>แชร์ 4 เทคนิคการใช้ Aggressive Marketing เพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายให้ได้ผล!</h2>
<p>อ่านมาจนถึงตรงนี้ หากผู้ประกอบการท่านใดพิจารณาแล้วว่า สินค้า/บริการของท่านเหมาะแก่การหาลูกค้าด้วย Aggressive Marketing หรือการตลาดเชิงรุก ลองทำตาม 4 เทคนิคเหล่านี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16264" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850137829.jpg" alt="Aggressive Marketing Tactics" width="975" height="548" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850137829.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850137829-300x169.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/10/messageImage_1727850137829-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://fastercapital.com/content/Ultimate-FAQ-Direct-marketing-strategy--What--How--Why--When.html">https://fastercapital.com/content/Ultimate-FAQ-Direct-marketing-strategy&#8211;What&#8211;How&#8211;Why&#8211;When.html</a></p>
<h3>1. สร้างความสัมพันธ์กับเหล่า Influencer ให้มาก ๆ เข้าไว้</h3>
<p>ลอง Research ดูว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณมักเสพสื่อจาก Influencer กลุ่มใด แล้วพยายามเข้าไปสร้างความสัมพันธ์ หรือหาโอกาสร่วมงานกับพวกเขาเหล่านั้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายจดจำแบรนด์ของคุณได้ และเปิดรับคุณ เมื่อกระบวนการเสนอขายเชิงรุกเริ่มต้นขึ้น</p>
<h3>2. จุดความรู้สึกเร่งด่วนให้เกิดขึ้นในใจลูกค้า</h3>
<p>แคมเปญการตลาดจำนวนมากมีองค์ประกอบของความกลัว ตัวอย่างเช่น โฆษณาอาจสื่อเป็นนัยว่าคุณจะไม่น่าดึงดูดเท่ากับนางแบบ เว้นแต่คุณจะซื้อโคโลญจน์ที่นางแบบใช้ นอกจากนี้ โฆษณายังอาจเตือนด้วยว่าบ้านของคุณจำเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย เนื่องจากมีการโจรกรรมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งนี่ก็คือเทคนิคที่ใช้เข้าหาลูกค้าแบบเชิงรุกนั่นเอง</p>
<h3>3. พยายามเน้นย้ำเรื่องความรู้สึกมากกว่าเหตุผล</h3>
<p>ลูกค้ามักตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อจากความรู้สึก ดังนั้น แทนที่จะมุ่งอธิบายเพียงว่าสินค้า/บริการของคุณมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร แนะนำให้พยายามพุ่งเป้าไปที่เรื่องของอารมณ์เป็นหลัก เช่น การเสนอขายเครื่องซักผ้าที่มีพลังซักดีเยี่ยม ทำให้แม่บ้านเหลือเวลาว่างสำหรับครอบครัวมากขึ้น เป็นต้น</p>
<h3>4. สร้างความแตกต่างระหว่างคุณกับคู่แข่งให้ชัดเจน</h3>
<p>ลองทำ <a href="https://thedigitaltips.com/blog/social-media-strategy/competitor-analysis/">Competitor Analysis</a> ดูว่า แบรนด์ของคุณและคู่แข่งมีข้อแตกต่างกันในเรื่องใดบ้าง และมีคุณสมบัติใดที่แบรนด์ของคุณทำได้ดีกว่า แล้วนำเรื่องนั้นมาเป็นจุดขาย เปรียบเทียบให้ผู้บริโภคเห็นชัดเจน</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>Aggressive Marketing คือหนึ่งในกลยุทธ์การขายที่มีมาช้านาน แม้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย แต่ใจความสำคัญก็ยังคงเดิม คือการทำการตลาดเชิงรุก วิ่งเข้าหาลูกค้าก่อน เพื่อสร้างการจดจำและคว้าโอกาสให้ได้ก่อนคู่แข่ง อย่างไรก็ดี หากใช้กลยุทธ์นี้อย่างไม่รู้จังหวะเวลา ก็อาจส่งผลเสียในระยะยาวได้</p>
<p> </p>
<p>อ้างอิง</p>
<p>business.com. Turn It Up: Aggressive Marketing Strategies for Startups in Any Industry</p>
<p>Available from: <a href="https://www.business.com/articles/5-aggressive-marketing-strategies-for-startups-in-any-industry/">https://www.business.com/articles/5-aggressive-marketing-strategies-for-startups-in-any-industry/</a></p>
<p>LinkedIn. The Power of Aggressive Marketing: Why It Works (Whether We Like It or Not)</p>
<p>Available from: <a href="https://www.linkedin.com/pulse/power-aggressive-marketing-why-works-whether-we-like-kaizentechbd-jm7dc">https://www.linkedin.com/pulse/power-aggressive-marketing-why-works-whether-we-like-kaizentechbd-jm7dc</a></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-aggressive-marketing/">Aggressive Marketing คืออะไร มีกี่ประเภท เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก Mascot Branding ไม้เด็ดของแบรนด์ที่กำลังมาแรงในปี 2024</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/marketing/mascot-branding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jul 2024 04:58:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[SME Inspire]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com/?p=15741</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากกระแสความนิยมของน้องหมีเนย มาสคอตแห่งร้าน Butterbear ที่กลายเป็นขวัญใจชาวโซเชียลในชั่วข้ามคืน ทำให้เราเห็นว่า Mascot Branding ยังสามารถสร้าง Brand Awareness...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/mascot-branding/">รู้จัก Mascot Branding ไม้เด็ดของแบรนด์ที่กำลังมาแรงในปี 2024</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากกระแสความนิยมของน้องหมีเนย มาสคอตแห่งร้าน Butterbear ที่กลายเป็นขวัญใจชาวโซเชียลในชั่วข้ามคืน ทำให้เราเห็นว่า Mascot Branding ยังสามารถสร้าง <a href="https://thedigitaltips.com/blog/news/how-to-increase-brand-awareness-by-youtube-shorts/">Brand Awareness</a> ได้ดี และยังเพิ่มกำไรให้กับแบรนด์ได้ไม่แพ้เทคนิคการตลาดสมัยใหม่อื่น ๆ อะไร…ทำให้ Mascot Branding กลับมาเป็นกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจขนาดนี้ Digital Tips หาคำตอบมาให้คุณแล้ว!</p>





<h2>Mascot Branding คืออะไร?</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15743" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500555373.jpg" alt="Mascot Marketing_Butterbear" width="975" height="696" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500555373.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500555373-300x214.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500555373-768x548.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4603843">https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4603843</a></p>
<p>Mascot Branding คือ การใช้ตัวละคร หรือคาแร็กเตอร์พิเศษที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อ Represent ตัวตนของแบรนด์ ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการโปรโมตสินค้าคอลเลกชันใหม่ โปรโมชันส่งเสริมการขาย หรือกิจกรรมพิเศษที่ต้องการให้มีคนเข้าร่วมมาก ๆ ทั้งนี้ มาสคอตคือเทคนิคการตลาดที่มีมานาน และเคยใช้ได้ผลดีในยุคอนาล็อก ที่ผู้คนนิยมออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น เล่นเครื่องเล่นตามสวนสนุก หรือเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า แต่เมื่อยุคดิจิทัลเดินทางมาถึง Mascot Branding ก็เสื่อมความนิยมลง จนกระทั่งหลังวิกฤตโควิดผ่านไป ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านอีกครั้ง การถ่ายรูปกับมาสคอตน่ารัก ๆ ลงโซเชียล ก็กลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้แบรนด์ได้กระแสทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์</p>
<h2>ทำไม Mascot Branding จึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในปี 2024?</h2>
<p>การที่ Mascot Branding กลับมาผงาดอีกครั้งหลังยุคอนาล็อก มีสาเหตุอยู่ด้วยกัน 4 อย่างหลัก ๆ ดังนี้</p>
<h3>1. เพิ่มการจดจำแบรนด์</h3>
<p>Mascot Branding สามารถสร้างการจดจำแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริโภคมักจะจดจำภาพและลักษณะของมาสคอตได้ง่ายกว่าชื่อแบรนด์หรือโลโก้ ทำให้มาสคอตเป็นเครื่องมือที่มีพลังในการสร้างการจดจำแบรนด์</p>
<h3>2. สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์</h3>
<p>Mascot Branding ช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ด้วยความที่มาสคอตมักจะมีบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวที่น่ารักหรือเป็นมิตร ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันและมีความรู้สึกดี ๆ กับแบรนด์</p>
<h3>3. สร้างความแตกต่าง</h3>
<p>ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การมีมาสคอตที่โดดเด่นจะสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมาสคอตมีท่าประจำตัว หรือมีบุคลิกที่คล้ายกับคนจริง ๆ เช่น มีท่าทีเขินอายเวลาถูกถ่ายรูป หยอกล้อเล่นกับผู้คน หรือเต้นเก่ง</p>
<h3>4. สร้างคอนเทนต์ได้อย่างหลากหลาย</h3>
<p>Mascot Branding สามารถนำมาใช้ในการสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบของวิดีโอ รูปภาพ การ์ตูน และอื่น ๆ ทำให้การสื่อสารกับผู้บริโภคมีความน่าสนใจและไม่จำเจ</p>
<h2>มาสคอตมีกี่แบบ?</h2>
<p>โดยปกติแล้ว มาสคอตจะแบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15744" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500562350.jpg" alt="Mascot Types" width="674" height="379" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500562350.jpg 674w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500562350-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 674px) 100vw, 674px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.reddit.com/r/sewing/comments/mcb5zu/can_anyone_identify_the_kind_of_fabric_that_is/">https://www.reddit.com/r/sewing/comments/mcb5zu/can_anyone_identify_the_kind_of_fabric_that_is/</a></p>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>มาสคอตที่เป็นมนุษย์: </strong>มีลักษณะภายนอกและบุคลิกเหมือนมนุษย์ธรรมดา เป็นฮีโร่ หรือตัวละครสมมติ</li>
<li><strong>มาสคอตที่เป็นสัตว์: </strong>สัตว์ต่าง ๆ ที่เน้นขายความน่ารักและขี้เล่น เช่น หมี สุนัข แมว โคอาล่า ยีราฟ ฯลฯ</li>
<li><strong>มาสคอตที่เป็นสิ่งของ: </strong>บางครั้งมาสคอตก็มีรูปร่างเป็นสิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่น่าจะเคลื่อนไหวได้ เช่น ผัก ผลไม้ หรือสิ่งของต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน</li>
</ul>
<h2>Mascot Branding มีประโยชน์อย่างไร?</h2>
<p>แน่นอนว่ามาสคอตไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น<a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/marketing-strategy/">กลยุทธ์การตลาด</a>แบบเก่าที่ใช้ได้ผลมานานหลายทศวรรษ ดังเช่นมาสคอตชื่อดังที่คุณคุ้นเคยอย่าง McDonalds, KFC หรือ Michelin Man ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เรเาห็นแล้วว่า แม้มาสคอตจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องมี แต่ก็ให้ประโยชน์มหาศาล อาทิ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15745" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500568211.jpg" alt="Mcdonalds Mascot" width="975" height="510" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500568211.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500568211-300x157.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/07/messageImage_1720500568211-768x402.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;">ที่มา: <a href="https://www.eggradients.com/blog/mcdonalds-mascots">https://www.eggradients.com/blog/mcdonalds-mascots</a></p>
<h3>1. มาสคอตช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์</h3>
<p>หากคุณยังจำชุด Happy Meal จาก McDonalds หรือชุด Happy Meal จาก KFC ได้ จะเห็นว่าเซ็ตอาหารสั่งกลับบ้านชุดพิเศษเหล่านี้จะแถมของเล่น Limited Edition รูปมาสคอตด้วย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้คนจดจำตัวมาสคอตได้ และรู้สึกผูกพันกับแบรนด์อย่างไม่รู้ตัว สร้างประสบการณ์เชิงบวก และทำให้ลูกค้าอยากติดตามความเป็นไปของแบรนด์มากยิ่งขึ้น</p>
<h3>2. Mascot Branding ช่วยบรรยายเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</h3>
<p>เมื่อเปรียบเทียบกับโลโก้และโฆษณาแบนเนอร์ มาสคอตจะสื่อสารได้ดีกว่า เพราะสามารถใช้การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง และอื่น ๆ ดึงดูดผู้ชมได้ ทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะรักษาและจดจำเรื่องราวของแบรนด์จากมาสคอตของแบรนด์มากกว่าจากกิจกรรมการสร้างแบรนด์อื่น ๆ</p>
<h3>3. มาสคอตช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย</h3>
<p>แบรนด์ที่ขายสินค้า เช่น เสื้อยืด แก้ว หมวก ฯลฯ สร้างรายได้จำนวนมากจากการใช้มาสคอตของแบรนด์ ตัวอย่างเช่น Disney สร้างรายได้ด้วยการวางมาสคอตของแบรนด์ Mickey Mouse บนผลิตภัณฑ์ และให้สิทธิ์ในการแบ่งปันแก่บุคคลภายนอก ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนที่ใช้สินค้าเหล่านี้มีส่วนช่วยสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ และยังช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่นิยมอีกด้วย</p>
<h2>อยากออกแบบมาสคอตตัวใหม่ ต้องทำอย่างไร?</h2>
<p>หากคุณกำลังมีความคิดดี ๆ ที่จะออกแบบมาสคอตตัวใหม่สำหรับประชาสัมพันธ์แบรนด์ ลองทำตาม 4 คำแนะนำจากเรา ดังนี้</p>
<h3>1. ลองออกแบบมาสคอตที่ไม่สมส่วน</h3>
<p>Mario จาก Nintendo เข้าสู่ตลาดในปี 1981 มาสคอตตัวนี้มีดวงตาที่เบิกกว้าง จมูกใหญ่ และหนวดใหญ่ แต่แม้เวลาผ่านไปหลายทศวรรษ เรายังคงมองเห็นมาริโอ้ได้ทุกที่ที่เราไป ในทางกลับกัน Chester Cheetah by Cheetos มีหุ่นเพรียวและใบหน้าใหญ่โต แต่ก็ทำให้เราจดจำบุคลิกที่ดูเท่และมั่นใจได้ตลอดหลายปี นั่นหมายความว่า การออกแบบมาสคอตด้วยลักษณะ ‘ไม่สมส่วน’ เช่นนี้ สร้างการจดจำได้ดีกว่า</p>
<h3>2. เลือกมาสคอตที่บ่งบอกความเป็นตัวแบรนด์มากที่สุด</h3>
<p>ลองเลือกมาสคอตจากทั้ง 3 ประเภทที่มี มาสคอตของแบรนด์คุณจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งของก็ได้ แต่ต้องมีบุคลิกตรงกับสิ่งที่คุณจะสื่อสาร และที่สำคัญต้องสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ เช่น หากกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์เป็นเด็ก มาสคอตต้องดูน่ารัก มีสีสันสดใส และมีบุคลิกร่าเริงเป็นพื้นฐาน</p>
<h3>3. หากจะเลือกมาสคอตแบบวัตถุ ต้องแน่ใจว่าจะทำให้คนจดจำสินค้าได้ง่ายขึ้น</h3>
<p>ในบรรดามาสคอตของแบรนด์ชั้นนำ มี Spokescandies ของ M&amp;M ที่ทำงานกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างน่าสนใจ นั่นเพราะแบรนด์เลือกรูปทรงที่คิดว่าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองจริง ๆ มาเป็นมาสคอต ทำให้ยิ่งเห็นมาสคอตบ่อยเท่าใด คนก็จะยิ่งจำผลิตภัณฑ์ได้ดีเท่านั้น</p>
<h2>สรุป</h2>
<p>โดยสรุปแล้ว Mascot Branding ยังคงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ได้ผลในปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อาจจะต้องเพิ่มเทคนิคที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัลเข้าไป เช่น ออกแบบคาแรกเตอร์ให้ชัดเจนขึ้น สนุกขึ้น เล่นกับผู้คนมากขึ้น เพื่อให้เกิดความประทับใจ และกระแสใน Social Network ซึ่งจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งออนไลน์และออฟไลน์</p>
<p>อ้างอิง</p>
<p>peppercontent. Brand Mascots: Benefits, Tips, and Famous Examples</p>
<p>Available from: <a href="https://www.peppercontent.io/blog/brand-mascot/">https://www.peppercontent.io/blog/brand-mascot/</a></p>
<p>Mension. How to Use Mascots in Branding and Design to Attract Customers</p>
<p>Available from: <a href="https://mention.com/en/blog/mascots-in-branding/">https://mention.com/en/blog/mascots-in-branding/</a></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/mascot-branding/">รู้จัก Mascot Branding ไม้เด็ดของแบรนด์ที่กำลังมาแรงในปี 2024</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับสร้าง Podcast ให้ปัง ถูกใจคนฟัง ยอดวิวพุ่งทุกแอป</title>
		<link>https://thedigitaltips.com/blog/sme-inspire/6-techniques-to-create-new-podcast/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[The Digital Tips]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Digital Tips & Tricks]]></category>
		<category><![CDATA[SME Inspire]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thedigitaltips.com/?p=15620</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยฟัง Podcast ใช่ไหม? แล้ว Podcast แนวไหนที่ถูกใจคุณมากเป็นพิเศษ Digital Tips เอาใจนักการตลาดที่ต้องการหาช่องทางใหม่ ๆ...</p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/sme-inspire/6-techniques-to-create-new-podcast/">เคล็ดลับสร้าง Podcast ให้ปัง ถูกใจคนฟัง ยอดวิวพุ่งทุกแอป</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<p><span style="font-weight: 400;">เคยฟัง Podcast ใช่ไหม? แล้ว Podcast แนวไหนที่ถูกใจคุณมากเป็นพิเศษ Digital Tips เอาใจนักการตลาดที่ต้องการหาช่องทางใหม่ ๆ ในการสร้าง</span><a href="https://thedigitaltips.com/blog/digital-tips-and-tricks/what-is-content/"><span style="font-weight: 400;">คอนเทนต์</span></a><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการสร้าง Podcast เพื่อเอาใจคนชอบเสพคอนเทนต์ผ่านการฟัง แทนการสร้างคอนเทนต์วิดีโอแบบทั่ว ๆ ไป หากคุณเองก็ต้องการดึงดูดความสนใจของลูกค้าด้วยวิธีการนี้ นี่คือ 6 เคล็ดลับที่เราอยากให้คุณลองทำดู!</span></p>
<p><br /><span style="font-weight: 400;">&gt;&gt; อ่านเพิ่มเติม: </span><a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/7-podcasts-about-marketing/"><b>7 Podcast การตลาด หูเคลือบทอง ที่นักธุรกิจมือใหม่ต้องฟัง!</b></a></p>





<h2><span style="font-weight: 400;">1. จะสร้าง Podcast ให้ออกมาดี ต้องเริ่มที่ Concept</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้าง Podcast โดยทั่วไปมักจะทำออกมาเป็นซีรีส์หลาย ๆ Episode จึงไม่สามารถที่จะทำอย่างไร้จุดหมายปลายทาง ไม่วางแผนก่อนได้ ดังนั้น เราแนะนำให้คุณกำหนด Concept ของ Podcast โดยเริ่มจากหาข้อสรุปทั้ง 4 ข้อ ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15622" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527031133.jpg" alt="Create Podcast" width="975" height="619" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527031133.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527031133-300x190.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527031133-768x488.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ที่มา: </span><a href="https://riverside.fm/blog/how-to-start-a-podcast"><span style="font-weight: 400;">https://riverside.fm/blog/how-to-start-a-podcast</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">1. เหตุผลในการทำ Podcast ของคุณคืออะไร</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หาข้อสรุปที่ลงตัวให้ได้ว่าเพราะอะไรคุณถึงอยากทำ Podcast เช่น ต้องการกอบกู้ </span><a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/what-is-engagement/"><span style="font-weight: 400;">Engagement</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ลดลงในช่วงระยะเวลาหนึ่งให้กลับมาเท่าเดิม หรือต้องการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจในระยะยาว</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">2. คุณอยากทำ Podcast ให้ใครฟัง</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองกำหนดกลุ่มเป้าหมาย แล้วทำออกมาเป็น </span><a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/persona/"><span style="font-weight: 400;">Persona</span></a><span style="font-weight: 400;"> ให้ชัดเจน ว่าคนฟัง Podcast ที่คุณวางไว้น่าจะเป็นเพศใด อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร และมีความสนใจในเรื่องอะไรมากเป็นพิเศษ</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">3. กำหนดธีมและหัวข้อของ Podcast</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทราบแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ขั้นตอนต่อไปก็คือการกำหนดธีมและตั้งชื่อหัวข้อด้วยคำที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ </span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">4. กำหนดความยาวต่อ Episode และจำนวน Episode</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรก ๆ ของการสร้าง Podcast ที่ยังไม่มีอะไรการันตีว่าสิ่งที่คุณทำจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน แนะนำให้กำหนดจุดสิ้นสุดของมันไว้ก่อน เช่น ลองกำหนดว่าจะเริ่มทำ Podcast ความยาว 15 นาที ซีรีส์แรกสัก 10 Episode หากผลออกมาดี อาจเพิ่มจำนวน Episode หรือสร้างซีรีส์ใหม่ หัวข้อใหม่ ภายใต้ชื่อ Channel เดิม</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">2. กำหนดรูปแบบการดำเนินรายการ</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้ Concept แน่ชัดแล้วว่า Podcast ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และสร้างมาเพื่อใคร ขั้นตอนต่อไปก็คือการกำหนดรูปแบบการดำเนินรายการ ตามแต่ที่คุณสะดวกและมองว่าได้ผลดี ไม่ว่าจะเป็น การทำ Podcast แนวสัมภาษณ์ ดำเนินรายการด้วยพิธีกรหลัก 1 คน และแขกรับเชิญอีก 1 คน การสร้าง Podcast แนวพูดคุย มีผู้ดำเนินรายการคนเดียว หรือการสร้าง Podcast ให้คล้าย ๆ บันเทิงคดี มีการเขียนสคริปต์แบบเดียวกับนิยาย และเล่าไปเรื่อย ๆ เป็นต้น</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">3. สร้าง Podcast ให้น่าสนใจ โดยนำเสนอเนื้อหาที่แตกต่าง</span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15623" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527045252.jpg" alt="Start a Podcast" width="975" height="548" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527045252.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527045252-300x169.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527045252-768x432.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ที่มา: </span><a href="https://soundandgo.com/en/start-a-podcast-how-to-create-a-podcast-in-2023/"><span style="font-weight: 400;">https://soundandgo.com/en/start-a-podcast-how-to-create-a-podcast-in-2023/</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าลืมว่าความรู้ทั่ว ๆ ไปที่หาอ่านเอาได้จากในหนังสือ ผู้ชมเองก็สามารถไปหาอ่าน หรือหาฟังเองจากที่อื่นได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การจะสร้าง Podcast ให้น่าสนใจ และช่วงชิงความสนใจของคนได้ เนื้อหาต้องลุ่มลึก และผสมผสานกับการวิเคราะห์จากมุมมองของผู้ดำเนินรายการเอง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการสร้าง Podcast เรื่องสุขภาพจิต การหาบทความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสุขภาพจิตมาแปล แล้วเล่าเป็น Podcast อาจไม่น่าสนใจเท่ากับการคัดเลือกหัวข้อยอดฮิตเกี่ยวกับสุขภาพจิต เช่น วิธีรับมือการภาวะเครียดจากงาน หรือ วิธีเช็กว่าตัวเองเข้าใกล้โรคซึมเศร้าแล้วหรือยัง แล้วเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงมาวิเคราะห์ร่วมกันใน Podcast เป็นต้น</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">4. เลือกใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดในการบันทึกเสียง</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้คอนเทนต์จะสำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง Podcast แต่อุปกรณ์ที่คุณเลือกใช้ในการอัดเสียงก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าคุณอัดเสียงผ่านไมโครโฟนเกรดไม่ดี หรือเลือกพูดคุยผ่านไมโครโฟนของโทรศัพท์ Podcast ที่ได้ก็จะมีคุณภาพต่ำ ไม่ชวนฟัง และทำให้ผู้ฟังเสียอรรถรส</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">5. นำเสนอ Podcast ให้เหมาะกับแพลตฟอร์ม</span></h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15624" src="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527056060.jpg" alt="YouTube Podcast" width="975" height="517" srcset="https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527056060.jpg 975w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527056060-300x159.jpg 300w, https://thedigitaltips.com/wp-content/uploads/2024/06/messageImage_1718527056060-768x407.jpg 768w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ที่มา: </span><a href="https://riverside.fm/blog/youtube-podcast-page"><span style="font-weight: 400;">https://riverside.fm/blog/youtube-podcast-page</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนนี้อยู่ที่คุณตัดสินใจว่าอยากโพสต์ Podcast ลงในแพลตฟอร์มไหนบ้าง หากคุณอยากจัดทำ Podcast ลงใน Spotify และ Apple Music ก็สามารถจัดทำเป็นคลิปเสียงอย่างเดียวได้ แต่หากต้องการลงเป็นคลิปใน YouTube ด้วย ก็อาจจะต้องพิจารณาตั้งกล้องถ่ายขณะอัด Podcast เพื่อนำเสนอเป็นคอนเทนต์วิดีโอสำหรับลง YouTube ด้วย เพราะการรับชมผ่าน YouTube ผู้ชมมักต้องการรับชมเป็นเวอร์ชัน Video มากกว่าเวอร์ชัน Audio</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">6. อย่าลืมวางแผนโปรโมทบน Social Media </span></h2>
<p><a href="https://thedigitaltips.com/blog/marketing/social-media-marketing/"><span style="font-weight: 400;">Social Media Marketing</span></a><span style="font-weight: 400;"> จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้าง Podcast เพราะแม้ว่าปัจจุบันกระแสการเสพ Podcast จะเริ่มกลับมาฮอตฮิตอีกครั้ง แต่พวกเขาก็มักจะทราบข่าวรายการ Podcast ใหม่ ๆ จากการไถฟีดบน Social Media อยู่ดี ดังนั้น แนะนำให้วางแผนโปรโมท Podcast แบบเดียวกับที่โปรโมทคอนเทนต์วิดีโอหรือวิดีโอสั้น เช่น อัดไฮไลท์สั้น ๆ ไม่กี่วิลง Reels เพื่อให้คนดูเป็นน้ำจิ้ม แล้วตามไปฟังต่อเต็ม ๆ ใน Channel หรือนำไฮไลท์เหล่านั้นไปยิงแอด เป็นต้น</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">สรุป</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">และทั้งหมดนี้ คือเคล็ดลับการสร้าง Podcast สำหรับมือใหม่ที่ต้องการช่วงชิง Engagement จากผู้ชม อย่างไรก็ดี สำหรับนักการตลาดที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้าง Podcast เป็นของตัวเอง หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว ลองเข้าไปฟัง Podcast ของเราใน </span><a href="https://www.youtube.com/playlist?list=PLfb76_U2BgCsroi3jIa0VWjT6o6t8Qg6m"><b>‘Marketing Launch with Tip Manita’</b></a> <span style="font-weight: 400;">Podcast สั้น ๆ ที่รวบรวมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ เกี่ยวกับการตลาด นอกจากคุณจะนำเอาองค์ความรู้จากในคลิปไปปรับใช้ได้แล้ว ยังสามารถศึกษาแนวทางการทำ Podcast จากช่องของเราได้อีกด้วย!</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">buzzsprout. How to Start a Podcast: Complete Step-by-Step Guide [2024]</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Available from: </span><a href="https://www.buzzsprout.com/blog/how-to-start-a-podcast"><span style="font-weight: 400;">https://www.buzzsprout.com/blog/how-to-start-a-podcast</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Forbes. How To Start A Podcast And Make Money In 2024</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Available from: </span><a href="https://www.forbes.com/advisor/business/how-to-start-a-podcast/"><span style="font-weight: 400;">https://www.forbes.com/advisor/business/how-to-start-a-podcast/</span></a></p>
<p>The post <a href="https://thedigitaltips.com/blog/sme-inspire/6-techniques-to-create-new-podcast/">เคล็ดลับสร้าง Podcast ให้ปัง ถูกใจคนฟัง ยอดวิวพุ่งทุกแอป</a> appeared first on <a href="https://thedigitaltips.com">Digital Tips Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
