Ad Account / Facebook Account สองบัญชีที่เป็นคนละเรื่องกัน

หัวข้อนี้ดูจะเป็นเรื่องสุดแสนจะเบสิกหากคุณเป็นคนทำงานในวงการโฆษณา Facebook แต่มันไม่ใช่เลยกับเจ้าของธุรกิจหลายๆ คนโดยเฉพาะเหล่า SME ที่ยิงแอดซื้อโฆษณาด้วยตัวเอง เพราะหลายคนยังคงสับสนหรือบ้างก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสองสิ่งนี้ต่างกันตรงไหนแล้วสำคัญอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจถึงความต่างระหว่าง “บัญชีโฆษณา” กับ “บัญชีผู้ใช้” ว่าต่างกันอย่างไรแล้วสามารถใช้แทนกันได้มั้ย

Facebook Account
บัญชีผู้ใช้ พูดง่ายๆ ก็คือโปรไฟล์ Facebook ที่คุณใช้เป็นประจำทุกวัน โดย Facebook Account นั้นคุณสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้หลากหลาย วิธีการเชื่อมต่อกันคือการกด “ขอเพิ่มเพื่อน” หรือกดติดตาม แต่ข้อจำกัดของบัญชีผู้ใช้คือสามารถเพิ่มเพื่อนได้สูงสุด 5,000 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่เราจึงไม่แนะนำให้ทำธุรกิจหรือขายของในโปรไฟล์ส่วนตัวสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้

Ad Account 
บัญชีโฆษณานี้ทุกคนสามารถมีได้ แต่หากคุณสมัครใช้ Facebook ตั้งแต่แรกยังไม่เคยมีเพจ ยังไม่เคยซื้อโฆษณาใดๆ บัญชีนี้จะยังไม่ปรากฎ แต่หากคุณเริ่มทำการซื้อโฆษณาไม่ว่าจะเป็น Boost Post, Boost Page ล่ะก็บัญชีโฆษณาของคุณจะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งรูปแบบของชื่อบัญชีโดยพื้นฐานจะเป็นชื่อเดียวกับบัญชีผู้ใช้ของคุณตามด้วยเลขที่บัญชีที่ Facebook จะเป็นผู้กำหนดให้

Business Account
บัญชีธุรกิจนี้คุณสามารถสมัครใช้ได้ฟรีหากคุณมีบัญชีผู้ใช้ Facebook อยู่แล้ว วิธีการคือให้เข้าไปที่ https://business.facebook.com จากนั้นก็กดลงทะเบียนและทำตามขั้นตอนเพื่อเปิดใช้บริการ ประโยชน์ของบัญชีธุรกิจนี้คือคุณสามารถจัดการเพจได้พร้อมๆ กันหลายเพจง่ายขึ้น สามารถจัดการเรื่องบัญชีโฆษณาหลายๆ บัญชีพร้อมๆ กัน จัดการเรื่องการชำระเงินกับทางเฟซบุ๊ก การออกเอกสารต่างๆ ก็จะทำได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะมีเครื่องมือให้ใช้หลากหลายกว่ามาก แต่เราแนะนำว่าถ้าคุณเป็นแบรนด์สินค้าที่ไม่ใหญ่มาก หรือขายสินค้าแบบธุรกิจครอบครัว มีเพจเพียงเพจเดียว บัญชีโฆษณาอันเดียว ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้บัญชีธุรกิจนี้ก็ได้จะทำให้ยิ่งงงไปเปล่าๆ

บัญชีโฆษณา เอาไว้ใช้ทำอะไร
ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นบัญชีสำหรับการโฆษณา ดังนั้นไม่ว่าคุณจะซื้อโฆษณา กด Boost Post ชำระเงินค่าโฆษณากับทาง Facebook พวกเขาก็จะจดจำคุณด้วยเลขที่บัญชีนี้ เวลาโฆษณามีปัญหาจนคุณต้องติดต่อไปยัง Facebook Support เลขที่บัญชีโฆษณานี่ล่ะจะเป็นตัวบ่งบอกข้อมูลของคุณให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้ง่าย พวกเขาสามารถเข้าไปยังบัญชีโฆษณาของคุณเพื่อเข้าไปแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ทันที ไม่ต้องให้เรามานั่งอธิบายปัญหาให้ยืดยาว

เราจะดูเลขที่บัญชีโฆษณาของเราได้จากตรงไหน
จากหน้าโปรไฟล์ส่วนตัว (ในคอมพิวเตอร์) ให้มองไปที่มุมด้านขวาบนสุดจะเห็นไอคอนรูปสามเหลี่ยมหัวคว่ำเล็กๆ ให้กดตรงนั้น จากนั้นเลือก “จัดการโฆษณา” แต่ถ้าหากท่านยังไม่เคยใช้ตัวจัดการโฆษณามาก่อน ให้กดคำว่าา “สร้างโฆษณา” แล้วทำตามขั้นตอนการเปิดใช้งาน ส่วนเมื่อกดจัดการโฆษณามาแล้วคุณจะเห็นชื่อบัญชีของคุณอยู่ในช่องแสดงสถานะต่างๆ ให้คุณคลิกเข้าไปที่ชื่อหนึ่งครั้ง

ในหน้านี้เองคุณจะสามารถตรวจสอบได้แล้วว่าเลขที่บัญชีโฆษณาของคุณคืออะไรโดยคลิกไปที่ช่องรายการด้านซ้ายบนสุดใต้โลโก้ Facebook พอคลิกลงมาแล้วคุณก็จะเห็นรายชื่อพร้อมหมายเลขบัญชีโฆษณาของคุณ หมายเลขตรงนี้ล่ะที่คุณจะต้องใช้เวลาต้องการที่จะติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆ จาก Facebook

ถึงตรงนี้ก็น่าจะพอเห็นภาพบ้างแล้วว่าระหว่าง บัญชีโฆษณา กับบัญชีผู้ใช้นั้นเป็นคนละส่วนกัน หลังจากนี้เวลาเจ้าหน้าที่ Facebook ถามคุณว่า บัญชีโฆษณาคืออะไรจะได้ตอบอย่างถูกต้อง แต่อย่าลืมจดเลขที่บัญชีโฆษณาไว้ก่อนจะคุยกับเจ้าหน้าที่ Facebook ด้วยล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา

สรุป 7 เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2026
Marketing
ถอดรหัส 7 เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2026 ช่วยวางกลยุทธ์ปั้นธุรกิจให้ปัง

ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างมาไวไปไว ตื่นมาทุกเช้าเราอาจเจอเทรนด์ใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา ฟังดูเป็นสิ่งที่น่าสนุกสำหรับฝั่งผู้บริโภค แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าท้าทายสำหรับนักการตลาด ว่าจะต้องวางกลยุทธ์อย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาให้ได้มากที่สุด และธุรกิจไหนที่จับทางได้ก่อน ก็ย่อมนำหน้าคู่แข่งไปหลายก้าว บทความนี้ Digital Tips…

ภาวะ Lifestyle Inflation คืออะไร
Money Tips
ติดหรูไประวังซวย! ภาวะ Lifestyle Inflation รายได้สูงขึ้น แต่ดันไม่มีเงินเก็บ

เคยมั้ย? ได้อัปเงินเดือน ได้เงินโบนัส รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า แต่ดันไม่มีเงินเหลือเก็บสักบาท พอย้อนดูพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง ก็พบว่าเอาไปชอปปิงจนหมด หลายคนนึกว่าเป็นการให้ของขวัญตัวเอง แต่จริง ๆ คือการตกหลุมพรางของ “Lifestyle…

การทำ Social Listening คืออะไร
Social Media Strategy
Social Listening หรือการฟังเสียงของลูกค้า มีผลดีต่อแบรนด์อย่างไรบ้าง

เวลาที่แบรนด์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่หรือปล่อยแคมเปญออกมา วิธีที่จะสามารถวัดผลลัพธ์และรับฟัง Feedback ของลูกค้าได้ดีที่สุดก็คือ การทำ Social Listening ที่ช่วยให้นักการตลาดรู้ Insight ที่แท้จริง แต่สำหรับใครที่ไม่เคยลองทำมาก่อน อาจไม่เห็นภาพว่า…