ทำเอง VS จ้างเอเจนซี่ อันไหนดีกับธุรกิจมากกว่ากัน

บางทีการก้าวเร็วเกินไปก็อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี หลายๆ คนที่เริ่มทำธุรกิจมักจะใส่พลังความมุ่งมั่นและทัศนคติด้านบวกอย่างมหาศาลลงไป สิ่งที่ได้กลับมาคือความล้มเหลวที่อาจเกิดจากการใช้เงินโดยไม่วางแผนให้ดีเสียก่อน โดยประเด็นส่วนมากมักจะเกิดจากการที่เจ้าของธุรกิจต้องการเติบโตอย่างมั่นคงด้วยการทำการตลาดดิจิทัล จึงมองหาคนที่ตนเองเชื่อว่ามีความสามารถพอที่จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจของตัวเองโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผลสุดท้ายก็มารู้ว่าตัวเองคิดผิดเมื่อเงินนั้นได้เสียไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าหากคุณทำธุรกิจไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า คุณสมบัติใดบ้างที่คุณควรจะทำการตลาดดิจิทัลด้วยตัวเอง และธุรกิจแบบไหนที่ควรจ้างเอเจนซี่มาคอยดูแล

ทำเอง
ข้อดีอย่างแรกเลยสำหรับการทำการตลาดดิจิทัลด้วยตนเอง หรือทีมงานภายในคือ “ประหยัด” แต่การที่คุณจะทำเองนั้นก็อาจจะต้องอาศัยความรู้ความสามารถในเรื่องต่างๆ มากพอสมควร อาทิรูปแบบความแตกต่างของแต่ละแพลทฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Youtube ฯลฯ แต่ก็มีบางประเภทธุรกิจเช่นกันที่ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินจ้างเอเจนซี่ให้เข้ามาดูแลในส่วนของงานด้านการตลาด อย่างเช่นธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กซึ่งคนที่เป็นเจ้าของสามารถจัดการดูแลเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเองหรือใช้ผู้ช่วยเพียงไม่กี่คนเข้ามากำกับดูแล และเป็นธุรกิจที่อาจใช้ช่องทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียวอย่าง Facebook เป็นต้น

แต่ถ้าคุณเป็นธุรกิจที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ในหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ เสิร์ช ต่างๆ อันนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องยากที่จะมานั่งจัดการดูแลด้วยตนเองเพราะต้องอาศัยทักษะเฉพาะด้านค่อนข้างมากนั่นเอง

จ้างเอเจนซี่
การจ้างเอเจนซี่กลายเป็นความกังวลของผู้ที่เริ่มทำธุรกิจ นั่นเป็นเพราะต้องมีการใช้เงินทุนที่ค่อนข้างสูง อย่างต่ำๆ ก็มีเดือนละ 30,000 – 50,000 บาทขึ้นไป แต่เหตุผลที่คุณควรใช้เอเจนซี่หากเมื่อธุรกิจของคุณต้องการทำการตลาดออนไลน์ให้ครบวงจรนั้นเพราะว่า อย่างแรกเลยเอเจนซี่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่พร้อมจะทำให้สิ่งที่คุณปราถนาเป็นจริงขึ้นมาได้ และที่สำคัญเอเจนซี่ยังมีบุคลากรเฉพาะด้านที่จะมาคอยดูแลในส่วนต่างๆ ให้กับคุณอีกด้วย แต่อย่างที่เราบอกไปในหัวข้อข้างต้นว่าถ้าธุรกิจของคุณอาจจะเพิ่งเปิดตัวหรือยังไม่ต้องมีแผนจะทำการตลาดแบบหลายๆ ช่องทางนั้น การจ้างเอเจนซี่ก็ดูจะเป็นต้นทุนที่ไม่สมควรจะจ่าย ดังนั้นจุดประสงค์จึงสำคัญเป็นอย่างมากว่าท้ายที่สุดแล้วคุณต้องการอะไรจากการลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยนี้บ้าง

วิธีการเลือกเอเจนซี่
หากคุณตัดสินใจแล้วว่าจะต้องจ้างเอเจนซี่มาดูแลการตลาดดิจิทัลในธุรกิจของคุณแน่ๆ แล้ว เราก็จะมาแนะนำวิธีการมองหาเอเจนซี่คู่บุญเผื่อเป็นแนวทางให้คุณได้นำกลับไปปรับใช้กัน

  1. เว็บไซต์หน้าตาเป็นอย่างไร
    สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจไม่เคยสนใจ เอเจนซี่ที่ดีเมื่อเราค้นหาบน Google ก็ควรจะเห็นชื่อเว็บไซต์ของบริษัทนั้นๆ ขึ้นเป็นอันดับแรก อาทิ เราเสิร์ชคำว่า “เอเจนซี่ รับทำ การตลาดดิจิทัล” จากนั้นให้เข้าไปดูว่าหน้าเว็บมีการอัปเดตข้อมูลอยู่ตลอดหรือเปล่า รวมถึงโซเชียลมีเดียต่างๆ ของบริษัทด้วย
  1. เคยรับผิดชอบลูกค้าอะไรมาบ้าง
    Portfolio คือ เครื่องการันตีขั้นแรกที่จะทำให้เราเห็นถึงศักยภาพของเอเจนซี่นั้นๆ ว่าอยู่ในระดับไหน หากเอเจนซี่ที่คุณค้นหาเจอเคยมีประสบการณ์การทำงานทั้งองค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงระดับ SME ก็เท่ากับว่าพวกเขาสามารถทำงานให้กับคุณไม่ว่าธุรกิจของคุณจะขนาดใดก็ตาม
  1. การันตีการวัดผลใดได้บ้าง
    ลองติดต่อสอบถามถึงเรื่องการวัดผลเมื่อคุณจะตกลงปลงใจใช้บริการเอเจนซี่แห่งนั้นว่าพวกเขาสามารถวัดผลให้กับคุณได้ในระดับใด อาทิ รายงานผลทุกสองสัปดาห์ รายงานผลทุกเดือน การันตีกรอบตัวเลขจากงบประมาณที่เราลงโฆษณาได้อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งที่จะได้รับกลับมาหากจ้างเอเจนซี่แห่งนี้
ส่องไฮไลต์เด็ดจากงาน Adobe MAX 2025 ว่ามีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจ
News
ส่องไฮไลต์จากงาน Adobe MAX 2025 กับการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าสายกราฟิกและครีเอทีฟหลายคนตื่นตาตื่นใจกับงาน Adobe MAX 2025 ที่จะได้รับฟังแนวคิด ทักษะ และรับแรงบันดาลใจจากคนเก่ง ๆ ในวงการ พร้อมทั้งการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในเครื่องมือ Adobe…

ChatGPT Atlas จาก OpenAI คืออะไร มีฟีเจอร์อะไรบ้าง
AI Marketing
ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์น้องใหม่จาก OpenAI มีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจบ้าง

ChatGPT Atlas เป็นเบราว์เซอร์ AI ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ และสร้างความน่าสนใจไม่น้อยให้กับวงการ Search Engine เพราะสิ่งนี้จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์ค้นหาแบบเดิม ๆ ของผู้ใช้ ช่วยให้สะดวก…

แนะนำ 7 AI สรุปประชุมที่ช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็ว
News
บอกต่อ 7 AI สรุปประชุมแบบเรียลไทม์ จดครบทุกรายละเอียดสำคัญ

การประชุมบริษัทในยุคปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก ๆ เพราะเรามี AI สรุปการประชุมจากเสียงเข้ามาช่วยสรุปรายงานการประชุม หรือถอดเทปสัมภาษณ์ได้อย่างแม่นยำ แทนที่เราจะเสียเวลาจดและนั่งฟังคลิปเป็นชั่วโมง ไหนจะต้องโฟกัสกับคำถามจากผู้เข้าร่วมประชุมอีก จะดีกว่าไหมถ้ามีเครื่องมือนี้มาช่วยประหยัดแรงทำงานได้มากขึ้น และในบทความนี้ Digital Tips…