5 ฟีเจอร์ Google Ads ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยคุณได้ 10 เท่า

คนในวงการตลาดล้วนทราบดี ว่าปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพลต่อทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่การทำการตลาดผ่าน Google Ads  ซึ่งเน้นไปที่การหา Conversion จาก Search Engine เป็นสำคัญ หากธุรกิจของคุณเองก็พึ่งพาการหารายได้จากช่องทางนี้เช่นเดียวกัน Digital Tips รวบรวมฟีเจอร์ Google Ads ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาให้แล้ว ไปดูพร้อม ๆ กันเลย!

>> อ่านเพิ่มเติม: 6 AI Marketing Tools เตรียมพร้อมพาธุรกิจให้เติบโตในปี 2024

ฟีเจอร์ Google Ads ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะมีคุณสมบัติอย่างไร

แน่นอนว่าฟีเจอร์ Google Ads ค่อนข้างทำงานสมบูรณ์แบบอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่เมื่อมี AI มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ก็ทำให้ Google Ads สามารถคัดเลือกข้อมูล วิเคราะห์ และให้คำแนะนำกับผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ดังจะอธิบายต่อไปนี้

AI Google Ads

ที่มา: https://www.blogdumoderateur.com/google-lance-demand-gen-nouvel-outil-publicitaire-alimente-ia/ 

AI ช่วยให้การเสนอราคาค่าโฆษณาแม่นยำยิ่งขึ้น

แม้เดิมที Google Ads จะมีระบบการเสนอราคาค่าโฆษณาเบื้องต้นให้กับผู้ใช้งานอยู่แล้ว แต่เมื่อนำ AI มาช่วย ระบบก็สามารถเสนอราคาค่าโฆษณาได้ตรงกับแนวโน้มของตลาดมากขึ้น โดยวิเคราะห์จากประสิทธิภาพของแคมเปญในอดีตและปัจจุบันประกอบกัน

AI ช่วยให้การเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องง่ายขึ้น

การคัดเลือก Target Audience สำหรับยิงโฆษณา Google ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย เพราะจะมีผลต่อทั้งค่าโฆษณาและ Conversion ที่จะเกิดขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี เมื่อฟีเจอร์ Google Ads ที่ดูแลในส่วนนี้มี AI เข้ามาช่วย ก็ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับธุรกิจได้มากขึ้น นำไปสู่ผลกำไรที่เพิ่มขึ้น

AI ช่วยเรื่องการคิดคำโฆษณา ให้ตรงกับการค้นหาของลูกค้า

ไม่เพียงประโยชน์ตอนตั้งค่าโฆษณาเท่านั้น แต่ AI ยังช่วยเลือก Keyword และช่วยเรียงลำดับคำที่ใช้ใน Headline และ Meta Description ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการค้นหาของลูกค้า ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า สามารถใช้งาน Google Ads ได้ง่ายกว่าเดิม

แนะนำ 5 ฟีเจอร์ Google Ads ที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

ปัจจุบันแทบทุกฟีเจอร์ Google Ads ล้วนแล้วแต่มี AI เป็นหนึ่งในกลไกการทำงานทั้งสิ้น แต่เพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น เราจะขอยกตัวอย่าง 5 ฟีเจอร์เด่น ๆ ดังนี้

1. การสร้างแคมเปญโฆษณาแบบ Performance Max

Performance Max

ที่มา: https://megadigital.ai/en/blog/performance-max-vs-smart-shopping/ 

ความง่ายของการใช้แคมเปญแบบ Performance Max คือคุณสามารถใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงไปได้ในแคมเปญเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเจาะจงเลือกคำโฆษณาหรือภาพสำหรับ Placement ใด Placement หนึ่ง อย่างไรก็ดี แก่นแท้ของโฆษณาแบบ Performance Max คือการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลมหาศาลของ Google เพื่อเฟ้นหาลูกค้าตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งความสามารถในการคัดเลือกคำโฆษณา ภาพ และ Placement ของแคมเปญนี้ ก็มาจากการใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานบนโลกอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

>> อ่านเพิ่มเติม: ดูกันชัด ๆ Google Ads อัปเดตอะไรไปบ้าง ตลอดปี 2023

2. การกำหนดเป้าหมายของโฆษณา

กลุ่มเป้าหมายที่ Google Ads แนะนำ เกิดจากการใช้ AI อันชาญฉลาด วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของทั้งลูกค้าเก่าของคุณ และผู้ใช้งาน Google จำนวนมาก ว่ามีใครบ้างที่มีแนวโน้มจะสนใจสินค้าและบริการบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเลือกกลุ่มเป้าหมายเอง หรือตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ ให้เปลืองค่าโฆษณา

3. การปรับปรุงชิ้นงานโฆษณาด้วย YouTube AI

YouTube AI

ที่มา: https://metricool.com/youtube-videos-using-ai/ 

เป็นที่ทราบกันดีว่า YouTube กำลังปฏิวัติวิธีการสร้าง Video Ads เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป จากที่เคยอดทนชมวิดีโอขนาดยาวจนจบ ก็เปลี่ยนไปชมวิดีโอขนาดสั้น หรือชมถ่ายทอดสดแทน ดังนั้น YouTube AI จึงเปิดโอกาสให้ผู้สร้างโฆษณา นำชิ้นงาน Video Ads เก่า ๆ มาปรับปรุงใหม่ ให้น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการตัด พลิก หรือเพิ่มเสียงพากย์ โดย AI จะช่วยแนะนำ Solution ที่ดีที่สุดให้ เพื่อให้ชิ้นงานใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด

4. การใช้งาน Smart Bidding

Smart Bidding คือ ฟีเจอร์ Google Ads ที่ช่วยเสนอราคาค่าโฆษณาแบบอัตโนมัติให้กับผู้สร้างโฆษณา โดยจะมีให้เลือกหลายแบบตามความต้องการ อาทิ CPA เป้าหมาย (เสนอราคาเพื่อให้ได้ CPA ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ระบุ) หรือ เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (เสนอราคาเพื่อให้ได้ Conversion กลับคืนมามากที่สุด) ซึ่งราคาที่ระบบเสนอให้กับผู้สร้างโฆษณานี้ ได้มาจากการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาบนแพลตฟอร์ม

5. การปรับปรุงการวัดผลใน Google Analytics 4

Google Analytics 4

ที่มา: https://www.hotelchamp.com/blog/hotel-marketers-introduction-google-analytics-4 

การวัดผลประสิทธิภาพของโฆษณา และวิเคราะห์แนวโน้มของผู้บริโภคในอนาคตบน GA4 ขับเคลื่อนโดยการใช้ AI Matchine Learning ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งแคมเปญของตัวเองให้ได้ Conversion สูงขึ้น และเข้าใจความต้องการของผู้บิรโภคมากขึ้น

สรุป

ฟีเจอร์ Google Ads ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เครื่องมือ AI จะมีอิทธิพลมากแค่ไหนต่อวงการ Digital Marketing ในอนาคต ดังนั้น หากคุณเคยรู้สึกว่า AI ยังเป็นเรื่องไกลตัว ถึงเวลาที่ต้องปรับความคิดใหม่ และหันมาฝึกใช้งานเครื่องมือเหล่านี้อย่างจริงจังแล้ว

อ้างอิง

Wordstream. 8 Super-Helpful AI Features in Google Ads

Available from: https://www.wordstream.com/blog/ws/2023/12/04/google-ads-ai 

Google Ads and Commerce Blog. Introducing a new era of AI-powered ads with Google

Available from: https://blog.google/products/ads-commerce/ai-powered-ads-google-marketing-live/ 

Barter Media คืออะไร?
Business | Marketing
Barter Media คืออะไร? วิธีการแลกเปลี่ยนสื่อแบบใหม่ที่คุณควรรู้

ในยุคที่เกมเศรษฐกิจค่อนข้างท้าทาย ธุรกิจสื่อรวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องหาหนทางประชาสัมพันธ์แบบลดค่าใช้จ่าย หรือหารายได้ทางอ้อมผ่านการใช้ Barter Media หากคุณเองเพิ่งจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้เป็นครั้งแรก มาทำความรู้จักกับวิธีการนี้ให้มากขึ้นกัน! >>…

คัมภีร์ 7 เทคนิค Viral Marketing เปลี่ยนคอนเทนต์นิ่ง ๆ เป็นเทรนด์ฮิต
Marketing | Social Media Strategy | TikTok
คัมภีร์ 7 เทคนิค Viral Marketing เปลี่ยนคอนเทนต์นิ่ง ๆ เป็นเทรนด์ฮิต

ยุคนี้ สมัยนี้ ทำคอนเทนต์อะไรขึ้นมาทีก็ต้อง Go Viral เพราะทุก ๆ คอนเทนต์ที่มีโอกาสปรากฏบนหน้าฟีดจากหายไปจากสายตาเร็วมาก หากไม่ได้เห็นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ…

Kalodata คืออะไร ใช้ฟรีไหม ดีต่อคนทำ Marketing อย่างไร
AI Marketing | Marketing | TikTok
Kalodata คืออะไร ใช้ฟรีไหม ดีต่อคนทำ Marketing อย่างไร

ใครทำ TikTok Marketing ห้ามพลาด! Digital Tips ขอแนะนำ Social Listening ที่ดีที่สุดสำหรับคนทำ TikTok อย่าง…