affiliate marketing คือ

หลายคนที่กำลังมองหาแนวทางการทำเงินจากการตลาดแบบออนไลน์ นอกจากการขายสินค้า การปั้นแบรนด์ การทำ Social Media Marketing เพื่อทำให้ตัวคุณเองหรือธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีการทำการตลาดที่เป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ แต่ที่ไทยอาจจะยังไม่เข้าใจวิธีการทำมากนัก อย่างการทำ Affiliate Marketing ซึ่งเป็นการตลาดแบบพันธมิตรหรือช่วยขาย ซึ่งหลายคนอาจจะข้องใจว่า Affiliate Marketing คืออะไร เหมือนขายตรงหรือเปล่า ทำแล้วจะมีรายได้แบบไหนเข้ามา ไปจนถึงจะต้องเริ่มต้นทำอย่างไรดี 

Digital Tips แนะนำให้ลองดูสรุปข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Affiliate Marketing ในบทความนี้ รับรองว่า จะช่วยทำให้คุณเข้าใจกลยุทธ์การตลาดนี้มากขึ้นอย่างแน่นอน

Affiliate Marketing คืออะไร

Affiliate Marketing อ่านว่า อะฟิล’ ลิเอท มาร์ค’คิททิง (แอฟฟิลิเอท มาร์เก็ตติ้ง) 

โดยความหมายของคำว่า Affiliate Marketing คือ การทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจจะใช้ตัวแทนในการช่วยขายสินค้าหรือบริการ ซึ่งตัวแทนนั้นจะเป็นใครก็ได้ และทางธุรกิจก็จะให้ค่าตอบแทนกับตัวแทนเหล่านั้นอยู่ในรูปแบบค่า Commission (คอมมิชชัน) หากทำตามเงื่อนไขที่ทางเจ้าของธุรกิจกำหนดได้ 

ฟังแล้วก็จะคล้ายกับโมเดลการทำธุรกิจที่เรารู้จักกันดี อย่างเช่น การทำนายหน้าอสังหาฯ ที่ฝั่งนายหน้าจะเป็นคนรับทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด จากเจ้าของ มาหาผู้เช่าหรือผู้ซื้อ หากหาได้ก็จะได้ % จากการขายหรือการเช่านั้นเป็นค่าตอบแทน แต่การทำ Affiliate Marketing  นั้นจะเป็นการทำผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น จึงเป็นการทำ Digital Marketing สำหรับธุรกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยก็มีวิธีการทำหลากหลายแบบ ซึ่งเราจะขออธิบายให้เข้าใจแบบละเอียดในหัวข้อถัด ๆ ไป

Affiliate Marketing ทำงานอย่างไร

Affiliate Marketing Process

ที่มาภาพ: oberlo

Affiliate Marketing ในมุมของธุรกิจ

ในมุมของธุรกิจ การทำ Affiliate Marketing จะเริ่มจากการที่ธุรกิจอาจจะใช้วิธีการติดต่อหากลุ่มสื่อหรืออินฟลูเอนเซอร์เอง เพื่อตกลงแลกเปลี่ยนข้อเสนอในการรับทำ Affiliate Marketing ผ่านการทำคอนเทนต์ของสื่อหรืออินฟลูเอนเซอร์นั้น ๆ หากเกิดยอดขายขึ้นจากการโปรโมตก็จะทำการแบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขายหรือให้ค่าคอมมิชชัน

หรือในฝั่งของแบรนด์ที่ทำการลงสินค้าผ่านช่องทาง E-Commerce อยู่แล้ว ในปัจจุบันนี้ก็มีการทำ Affiliate Marketing ผ่านเว็บไซต์ E-Commerce ได้เลยจากการสมัครเข้าร่วมผ่าน Affiliate Program ของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซนั้น ๆ และทำการนำสินค้าไปโปรโมตเอาไว้ในแพลตฟอร์มว่า ตามหาผู้รับทำ Affiliate Marketing ให้ และเขียนรายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ เพิ่มเติม หลังจากนั้นก็จะมีฝั่งผู้รับทำ Affiliate Marketing เข้ามาคัดลอก Affiliate Link ที่จะพาผู้เข้าชมกลับมายังหน้าสินค้าเพื่อดูหรือซื้อได้ ไปทำการโปรโมตเพื่อหากลุ่มเป้าหมายให้กับสินค้าของแบรนด์ต่อไป และถ้าผู้รับทำ Affiliate Marketing สามารถทำตามเงื่อนไขได้ เช่น พาคนเข้ามาซื้อสินค้าได้ 1 ออเดอร์จากลิงก์ที่ให้ไป ทางแบรนด์ก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ตามที่ตกลงกัน

Affiliate Marketing ในมุมของบุคคล

ในมุมมองของบุคคลผู้รับทำ Affiliate Marketing สามารถเข้าไปหาสินค้าหรือบริการที่ต้องการผู้รับโปรโมตสินค้าด้วยกลยุทธ์นี้ได้จากช่องทางต่าง ๆ ทั้งจากเว็บไซต์ของแบรนด์นั้นโดยตรง จากเว็บไซต์ E-Commerce หรือจาก Affiliate Provider ที่เป็นตัวกลางในการรับหาคนมาทำ Affiliate Marketing อยู่แล้ว หลังจากนั้นให้ทำการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก และเลือกสินค้าหรือบริการที่สามารถทำตามเงื่อนไขได้ หลังจากนั้นจึงนำ Affiliate Link ที่ได้ไปโปรโมตต่อด้วยการทำการตลาดแบบต่าง ๆ หากมีผู้ที่สนใจแล้วทำการคลิก กรอกฟอร์ม หรือซื้อสินค้า ผู้ที่รับโปรโมตสินค้าก็จะได้ค่าตอบแทนจากแบรนด์ตามที่กำหนด 

องค์ประกอบของ Affiliate Marketing 

Affiliate Marketing องค์ประกอบหลักจะมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่

1. ผู้ต้องการโฆษณาหรือขายสินค้า/แบรนด์ หรือเจ้าของธุรกิจ (Seller And Product Creator) 

จะเป็นฝั่งของผู้ขายจะเป็นผู้ขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์​ ผู้ค้าปลีกที่มีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด เจ้าของธุรกิจรายเดียว หรืออาจจะเป็นรายองค์กรก็ได้ โดยสิ่งที่ผู้ต้องการโฆษณาหรือขายสินค้า/แบรนด์ หรือเจ้าของธุรกิจต้องการจากการทำ Affiliate Marketing จะเป็นการลงทุนเงินเพื่อโปรโมตสินค้าหรือบริการ ซึ่งถ้านำเงินมาลงทุนในการทำ Affiliate Marketing ก็จะต้องทำการจ่ายค่าแนะนำ/ค่าช่วยขายให้กับกลุ่มที่เป็นเจ้าของสื่อ เจ้าของช่องทาง เจ้าของเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมถึงตัวแทนที่รับทำ Affiliate Marketing

2. เจ้าของสื่อ เจ้าของช่องทาง เจ้าของเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมถึงตัวแทนที่รับทำ Affiliate Marketing (The Affiliate Or Publisher)

จะเป็นฝั่งของเจ้าของสื่อ เว็บไซต์ เพจ Facebook บล็อกเกอร์ เจ้าของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นตัวแทนทำ Affiliate Marketing ที่จะทำการโปรโมตสินค้าให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางที่มี และจะได้รับเงินส่วนแบ่ง (Commission) จากค่าแนะนำสินค้า โดยสิ่งที่ตัวแทนที่ทำ Affiliate Marketing จะต้องลงทุนออกไปก็คือ เวลาในการทำการตลาด และองค์ความรู้ด้านการทำการตลาดออนไลน์

3. ผู้ซื้อสินค้า (Customer)

จะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ผู้ต้องการโฆษณาหรือขายสินค้า/แบรนด์ หรือเจ้าของธุรกิจต้องการให้เข้ามาทำความรู้จักแบรนด์หรือเข้ามาซื้อสินค้าของแบรนด์ผ่านการโปรโมตของเจ้าของสื่อ เจ้าของช่องทาง เจ้าของเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียที่เป็นตัวแทนในการทำ Affiliate Marketing

ประเภทของ Affiliate Marketing 

ประเภทของ Affiliate Marketing จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

Unattached Affiliate Marketing

เป็นการทำ Affiliate Marketing ที่ฝั่งแบรนด์และตัวแทนไม่ได้รู้จักหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย แต่จะมีการฝากให้โฆษณาบนพื้นที่แพลตฟอร์มที่มีอยู่ได้ผ่านการทำโฆษณา เช่น การยิง Google Ads แต่ก็มักจะเป็นการโฆษณาให้ผ่านตาเท่านั้น ดังนั้น Unattached Affiliate Marketing ก็จะไม่ค่อยเห็นผลดีนัก 

Related Affiliate Marketing

เป็นการทำ Affiliate Marketing ที่ฝั่งแบรนด์และตัวแทนมีสินค้าและมีแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกัน หรืออยู่ในหมวดเดียวกัน เช่น ผู้รับทำ Affiliate Marketing เปิดเว็บไซต์ทำอาหาร และเขียนบล็อกรีวิวเกี่ยวกับสินค้าทำอาหาร เช่น 10 หม้อทอดไร้น้ำมันที่ดีที่สุด แล้วทำการแปะ Affiliate Link ไว้ก็มีโอกาสที่คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์จะกดลิงก์นั้นเข้าไปดูสินค้าตามที่รีวิวมากขึ้น

Involved Affiliate Marketing

เป็นการทำ Affiliate Marketing ที่แบรนด์และผู้ทำ Affiliate Marketing เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน โดยการสนับสนุนบางอย่างซึ่งกันและกัน เช่น ผู้รับทำ Affiliate Marketing เปิดโรงแรมและมีเว็บไซต์ของโรงแรมเอง เมื่อทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมนั้นอยู่ และในแถบด้านข้างมีการขึ้นแบนเนอร์ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ทัวร์ต่อ ก็อาจจะมีโอกาสคลิกซื้อทัวร์ต่อจากการดูโรงแรม หรือหากทำการตกลงกันดีพอ ก็อาจจะทำเป็นข้อเสนอแพ็กเกจ จองตั๋วโรงแรมพร้อมทัวร์ ได้รับส่วนลดพิเศษทันที ก็จะช่วยทำให้ทั้งฝั่งแบรนด์ที่ต้องการทำโฆษณาและฝั่งผู้รับทำ Affiliate Marketing ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย

รูปแบบรายได้ของ Affiliate Marketing 

รูปแบบรายได้ของ Affiliate Marketing จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลักตามขั้นตอนการทำ Marketing Funnel ได้แก่ 

รูปแบบรายได้ affiliate

1. Pay Per Click (PPC)

เป็นขั้นตอนที่ตัวแทนจะต้องดึงให้กลุ่มคนที่มีโอกาสจะซื้อสินค้าคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียด ดูสินค้า ทำความรู้จักสินค้า ซึ่งอาจจะนำไปสู่การปิดการขายก็ได้ โดยที่ในฝั่งแบรนด์จะให้ค่าตอบแทนกับตัวแทนก็ต่อเมื่อที่คนคลิก Affiliate Link ซึ่งไม่ว่าจะขายสินค้าได้หรือไม่ก็ตามก็จะทำการจ่ายค่าตอบแทนให้ เช่น แบรนด์ให้ค่า PPC ต่อคลิกอยู่ที่ 5 บาท แสดงว่า ตัวแทนนำโฆษณาไปติดในเว็บไซต์ของตน และเกิดการคลิก 1 ครั้ง ตัวแทนจะได้รับผลตอบแทนจากการคลิกครั้งนั้น 5 บาท เป็นต้น

2. Pay Per Lead (PPL) 

จะรูปแบบของการตามหา Lead หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มว่าจะซื้อและยอมที่จะแลกข้อมูลส่วนตัวไว้ให้กับทางธุรกิจ เช่น ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ฯลฯ ซึ่งธุรกิจจะให้ค่าตอบแทนก็ต่อเมื่อทางตัวแทนสามารถทำให้มีคนมาสมัครหรือลงทะเบียนผ่านลิงก์ได้ เช่น สมัครบัตรเครดิต สมัครประกัน เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์บอกว่าจะให้ค่าตอบแทน PPL 200 บาท นั่นแสดงว่า หากตัวแทนสามารถหารายชื่อมาเข้าระบบสมัครที่ธุรกิจกำหนดไว้ได้ 1 รายชื่อก็จะได้ค่าตอบแทน 200 บาทนั่นเอง

3. Pay Per Sale (PPS)

เป็นรูปแบบที่ทางฝั่งของธุรกิจจะให้ค่าตอบแทนก็ต่อเมื่อมีการซื้อสินค้าเกิดขึ้นจากการโปรโมตด้วยตัวแทนคนนั้น ๆ โดยค่าตอบแทนจะเป็นการหักจากยอดขายสินค้า/บริการออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน เช่น ทางแบรนด์กำหนดมาเลยว่า หากสินค้านี้ขายได้ 1 ออเดอร์ จะได้ค่าคอมมิชชันอยู่ที่ 100 บาท เป็นต้น

วิธีการทำ Affiliate Marketing 

1. เรียนรู้การทำการตลาดออนไลน์เพื่อทำ Affiliate Marketing

การทำ Affiliate Marketing ที่ประสบความสำเร็จจะต้องเรียนรู้เทคนิคการทำการตลาดออนไลน์ที่คุณเองสามารถลงมือทำได้ และช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะมีโอกาสคลิกลิงก์ กรอกฟอร์มเพื่อลงทะเบียน หรือซื้อสินค้าและบริการที่ทำการโปรโมตอยู่ ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น 

  • หากคุณต้องการทำ Affiliate Marketing บนเว็บไซต์ ก็ต้องเรียนรู้วิธีการทำ SEO เพื่อที่จะทำให้คอนเทนต์ที่เขียนและทำการแนบลิงก์ Affiliate ติดอันดับบนหน้า Search Engine นอกจากนี้ก็ต้องเรียนรู้วิธีการทำเว็บไซต์อย่างการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ที่จะช่วยทำให้ได้หน้าเว็บไซต์ที่สวยงาม ใช้งานง่ายและดีต่อการทำ SEO 
  • หากคุณต้องการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการทำ Affiliate Marketing ก็ต้องไปดูว่าข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์มเป็นอย่างไร ทำอย่างไรคนถึงจะคลิก Affiliate Link ได้บ้าง เช่น Instagram คนชอบเสพรูป อาจจะต้องถ่ายรูปรีวิวสินค้านั้น ๆ แล้วทำการแนบลิงก์ไว้สำหรับให้คลิกไปซื้อสินค้าตามเอาไว้ในแคปชัน แต่ถ้าใช้ TikTok ก็ต้องเปลี่ยนจากการถ่ายรูปเป็นการถ่ายคลิปสั้นแทน ส่วนลิงก์อาจจะทำการแปะลงบนแคปชันไม่ได้ เพราะอาจเสี่ยงต่อการปิดกั้นการมองเห็น แต่สามารถทำการชี้เป้าให้ผู้ชมคลิกเข้ามายังหน้าไบโอ เพื่อเลือกคลิก Affiliate Link ที่อยู่ในนั้นไปยังหน้าสินค้าหรือบริการที่ต้องการได้แทน

2. เลือกตลาดกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Niche Market

Niche Market คือ ตลาดเฉพาะกลุ่ม ในการทำ Affiliate Marketing ในช่วงเริ่มต้นให้เริ่มจากการโฟกัสไปที่ Niche Market จากการเลือกหมวดหมู่ของสินค้าก่อนว่า จะเน้นไปที่สินค้าหรือบริการในหมวดหมู่ไหน ใครที่จะเป็นกลุ่ม Value Audience ที่ต้องการจะทำการตลาดด้วย โดยวิธีการที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ เลือกจากความสนใจ เช่น เป็นคนสนใจในเรื่องของความสวยความงาม การเลือกทำ Affiliate Marketing ในสายของเครื่องสำอางต่าง ๆ ก็อาจจะทำให้เรามี Insight ที่สามารถนำมาต่อยอดในการทำคอนเทนต์หรือการโปรโมตได้มากกว่าเลือกสินค้าหรือบริการที่ไม่ถนัด 

หรือสำหรับใครที่พอจะเชี่ยวชาญการทำการตลาดออนไลน์ และมีความรู้ในหลากหลายหมวดสินค้าและบริการ ก็อาจจะเลือกจากเงื่อนไข ผลตอบแทน หรือใช้วิธีหาจากยอด Search Volume จากเครื่องมือทำ SEO ต่าง ๆ เพื่อดูว่าสินค้าหรือบริการนี้มีตลาดที่ใหญ่แค่ไหน หากทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับการทำ SEO เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสามารถทำได้หรือไม่ หากทำได้ก็จะทำให้ได้ยอด Traffic ที่มีคุณภาพเข้ามายังเว็บไซต์และมีโอกาสที่จะคลิก  Affiliate Link ที่แปะอยู่ในหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ มากขึ้นด้วย

3. รู้จักใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม

หากคุณจะโปรโมตสินค้าเป็นหลักสิบ หลักร้อย หรือหลักพันตัว การเลือกใช้ซอฟต์แวร์เพื่อติดตามผลลัพธ์เริ่มเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมาเช่นกัน เพราะคุณจะไม่รู้เลยว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่องทางหรือแต่ละลิงก์นั้นเป็นอย่างไร จะเสียเวลาคลิกดูผลลัพธ์ทีละลิงก์ก็คงต้องเสียเวลาเป็นวัน ดังนั้น จึงควรรู้ว่าควรใช้ซอฟต์แวร์ไหนในการบริหารจัดการลิงก์ได้บ้าง เช่น Rebrandly เป็นต้น

4. สร้างคอนเทนต์ที่จูงใจ เหมาะสม และส่งมอบคุณค่าหากลุ่มเป้าหมายเป็นประจำ

วิธีการทำ Affiliate Marketing

หากคุณมีช่องทางโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นของตัวเองอยู่แล้ว และไม่ต้องการที่จะหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ด้วยการเสียเงินยิงโฆษณาอยู่ตลอดเวลา การทำคอนเทนต์ที่จูงใจและส่งมอบสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการเป็นประจำก็จะช่วยทำให้พวกเขาอยู่กับคุณตลอด อีกทั้งเวลาที่คุณโพสต​์อะไรก็มีโอกาสที่จะซื้อตามมากขึ้น โดยวิธีการทำคอนเทนต์ที่จะช่วยดึงดูดคนที่ใช่มาให้กับคุณได้ แนะนำให้ลองใช้วิธีการทำ Inbound Marketing คือ การตลาดแบบดึงดูด ที่จะใช้เทคนิคการทำการตลาดและการส่งมอบคุณค่าผ่านคอนเทนต์ เพื่อดึงดูดให้คนที่ชื่นชอบคอนเทนต์ของคุณเข้ามาหาคุณเอง

ข้อดี-ข้อเสียของการทำ Affiliate Marketing 

ข้อดี-ข้อเสียของการทำ Affiliate Marketing นั้นมีทั้งในฝั่งของเจ้าของธุรกิจเองและในฝั่งของตัวแทน โดยจะทำเป็นตารางข้อมูลที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ดังนี้

เจ้าของธุรกิจ

ตัวแทนรับทำ Affiliate Marketing

ข้อดี

  • ใช้เงินลงทุนไม่มาก ประหยัดกว่าการลงทุนโฆษณาหรือโปรโมตเอง
  • มีผู้ช่วยขายสินค้า ช่วยโปรโมตสินค้าจำนวนมาก
  • มีโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น 
  • เจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถตั้ง Action Point เองได้ เช่น ต้องมียอดซื้อเท่านั้นจึงจะจ่ายค่าตอบแทน เป็นต้น
  • ผลตอบแทนที่ดี (Best ROI)

ข้อดี

  • ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง 
  • ไม่จำเป็นต้องบริการหลังการขาย 
  • สามารถทำงานได้จากทุกที่ เพียงเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต
  • สร้างรายได้แบบ Passive Income ให้ตนเองตามความสามารถ โดยที่ไม่ต้องลงทุนเป็นเม็ดเงิน

ข้อเสีย

  • เป็นเรื่องยากสำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ที่มีอัตรากำไรต่ำ
  • ไม่สามารถควบคุมรูปแบบของเนื้อหาคอนเทนต์ หรือกลยุทธ์การทำด้วยตัวเองได้
  • อาจได้กลุ่มคนที่เข้ามาไม่ตรงกับเป้าหมายจากการที่ตัวแทนนำ Affiliate Link ไปวางไว้ในเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง

ข้อเสีย

  • ควบคุมรายได้ที่จะได้มายาก
  • จำเป็นต้องมีความรู้ในการทำการตลาดออนไลน์และการใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างดี
  • ใช้เวลานานกว่าจะได้เงิน

ตัวอย่างการทำ Affiliate Marketing 

Affiliate Marketing ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็คือ การทำ Affiliate Marketing บนเว็บไซต์ Amazon ผ่านช่องทางที่ชื่อว่า Amazon Associates ซึ่งเป็น Affiliate Marketing Program ของทาง Amazon เอง โดยที่ผู้ที่สนใจหารายได้บนช่องทางออนไลน์ด้วยการทำ Affiliate Marketing สามารถเข้าไปลงทะเบียนสมัครเพื่อขอรับ Affiliate Link ไปแปะเอาไว้ในช่องทางของตนเองได้ และจะได้รับค่าตอบแทนแตกต่างกันไปตามหมวดหมวดหมู่ของสินค้าต่าง ๆ เช่น รับส่วนแบ่ง 10% สำหรับการขายสินค้าประเภท Luxury Beauty เป็นต้น

ตัวอย่างการทำ Affiliate Marketing

 โดยทาง Amazon จะมีเงื่อนไขที่เข้มงวดสำหรับประเภทของเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่จะสามารถนำ Affiliate Link ไปโปรโมตสินค้าได้ เช่น เว็บไซต์นั้น ๆ จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่เขียนขึ้นมาโดยไม่ทำการคัดลอกเนื้อหามาจากที่อื่น ต้องไม่มีเนื้อหาลามกอนาจารหรือล่วงละเมิด ไม่ส่งเสริมความรุนแรงหรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น ส่วนการพิจารณาจะทำโดยเจ้าหน้าที่ของ Amazon หากใบสมัครถูกปฏิเสธจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาใหม่ และถ้าหากได้รับการอนุมัติแล้ว ผู้ที่ทำ Affiliate Marketing จะได้รับค่าตอบแทนก็ต่อเมื่อผู้เข้าชมเว็บไซต์ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการจาก Amazon

คำถามที่เกี่ยวข้องในการทำ Affiliate Marketing

คนทำ Affiliate Marketing ได้เงินอย่างไรบ้าง 

คนทำ Affiliate Marketing ได้เงินมาได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์จากการขายสินค้าได้ต่อออเดอร์ 
  • เป็นค่าตอบแทนในรูปแบบ Commission เมื่อเกิดการกระทำของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เช่น การซื้อของ หรือกรอกใบสมัคร ติดตั้งโปรแกรม
  • ได้รายได้เป็นรูปของตัวเงินที่ธุรกิจแจ้งมาแล้วว่าหากทำยอด 1 คลิก/1 รายชื่อ/1 ออเดอร์จะได้เงินกี่บาท

คุณสามารถทำเงินได้เท่าไหร่จากการทำ Affiliate Marketing 

สำหรับผู้ที่รู้เทคนิคในการทำ Affiliate Marketing เป็นอย่างดีสามารถสร้างรายได้จากการทำการตลาดในรูปแบบนี้ได้ค่อนข้างมาก (บางคนอาจถึงหลักหลายหมื่นหรือหลายแสนบาทต่อเดือน) แต่ก็ต้องเข้าใจเครื่องมือที่จะต้องใช้ เช่น รู้ว่า Affiliate Program คืออะไร จะทำได้อย่างไร หรือเข้าใจวิธีการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการตลาด, การทำ SEO, การยิงแอด, การทำคอนเทนต์ ฯลฯ มากพอที่จะทำให้สามารถสร้าง Traffic ไปจนถึงขั้นปิดการขายได้จากการทำ Affiliate Marketing ด้วยตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม: ยิงแอดคืออะไร (การยิงแอดโฆษณา) 

เราสามารถเริ่มทำ Affiliate Marketing โดยไม่มีเงินลงทุนเลยได้หรือไม่

สำหรับฝั่งของตัวแทนการทำ Affiliate Marketing สามารถเริ่มต้นทำได้เลยโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเหมือนกับการทำธุรกิจส่วนตัว หรือหาสินค้ามาขายเอง แต่จะต้องมีองค์ความรู้ในการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ในการทำให้เกิดรายได้จากช่องทางนี้ด้วย เช่น การยิงแอดโฆษณา การทำเว็บไซต์ การทำการตลาดด้วยคอนเทนต์ เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณไม่มีความรู้ก็จำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อเสริมสร้างความรู้ในด้านเหล่านี้เพิ่มเข้ามาด้วย จึงจะสามารถช่วยทำให้การทำ Affiliate Marketing ประสบความสำเร็จ 

ส่วนในฝั่งของธุรกิจเองแน่นอนว่า จะต้องใช้เงินในการลงทุนทำ Affiliate Marketing เนื่องจากจะต้องให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับตัวแทน หรืออาจจะต้องทำการจ่ายเงินให้กับ Affiliate Network คือ ระบบ Affiliate Platform ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างเจ้าของธุรกิจและตัวแทนเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การทำ Affiliate Marketing ระหว่างทั้งคู่ง่ายขึ้น 

เริ่มต้นการทำ Affiliate Marketing อย่างไรดี

1. เริ่มต้นจากการศึกษาวิธีการทำการตลาดออนไลน์ด้วยช่องทางต่าง ๆ และเรียนรู้เมตริกที่มีประโยชน์ด้วย เช่น Traffic, Engagement, Conversion Rate ฯลฯ พร้อมกับสร้าง Asset เหล่านี้ขึ้นมาด้วย เช่น บล็อก เว็บไซต์ Facebook Page หรือ ช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ที่สามารถใช้ในการโปรโมตสินค้าได้

อ่านเพิ่มเติม: Engagement คืออะไร

2. หา Affiliate Provider คือ บริษัทที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของแบรนด์สินค้าและตัวแทนที่เชื่อถือและไว้ใจได้ เพื่อทำการศึกษา อ่านข้อมูลต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มต้นลงมือทำ โดยในปัจจุบันนี้มี Affiliate Provider มากมายหลายเจ้าให้เลือก เช่น Amazon, ClickBank, LAZADA, Shopee เป็นต้น

3. นำ Affiliate Link คือ ลิงก์ช่วยขายที่ทาง Affiliate Provider ทำขึ้น เพื่อให้ตัวแทนนำลิงก์ของสินค้าในเว็บไซต์นั้นไปวางตามจุดต่าง ๆ บนช่องทางออนไลน์ที่มี เช่น เว็บไซต์, บล็อก หรือ Facebook

4. ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อทำการโปรโมตลิงก์นั้น ๆ เพื่อทำให้เกิดยอดคลิก ยอดลงทะเบียน หรือยอดขายตามที่เจ้าของธุรกิจกำหนดเงื่อนไขเอาไว้ หากสามารถทำตามเงื่อนไขได้ก็จะได้ผลตอบแทนตามตกลง

สรุปหัวข้อ Affiliate Marketing 

Affiliate Model คือ รูปแบบการทำการตลาดออนไลน์ที่ดีต่อทั้งเจ้าของธุรกิจ เพราะใช้เงินในการลงทุนทำการตลาดน้อย แต่สามารถกระจายโอกาสในการปิดการขายได้ค่อนข้างกว้างจากการใช้ตัวแทนเป็นผู้โปรโมตเพื่อหา Lead คือว่าที่ลูกค้า ให้กลับเข้ามายังเว็บไซต์หรือติดต่อแบรนด์จากหลากหลายช่องทางที่แบรนด์กำหนด 

ในทางกลับกันทางผู้โปรโมตเองก็ได้ประโยชน์นั่นคือ การสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์ที่ตนเองถนัด ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ การยิงแอดโฆษณา การทำเว็บไซต์ ฯลฯ เพื่อหารายได้เสริมที่สามารถสร้างรายได้จริงได้ทุกเดือน ซึ่งก็นับเป็นรูปแบบการโปรโมตออนไลน์แบบพันธมิตรที่สามารถพึ่งพากันและกันได้เป็นอย่างดี 

เอกสารอ้างอิง

JAKE FRANKENFIELD.  (2022).  Affiliate Marketer: Definition, Examples, and How to Get Started.  [Online]. retrieve from: https://www.investopedia.com/terms/a/affiliate-marketing.asp#toc-examples-of-affiliate-marketing
Brad Smith.  (2022).  WHAT IS AFFILIATE MARKETING? A GUIDE FOR BEGINNERS.  [Online]. retrieve from: https://www.oberlo.com/blog/what-is-affiliate-marketing

10 body languages for presentation
Marketing Psychology
ลิสต์ 10 ภาษากายเพื่อการพรีเซนต์งาน สำหรับพนักงานมือโปร 

Topic Summary คนทำงานเตรียมแชร์ไว้ 10 ภาษากายเพื่อการพรีเซนต์งาน เพิ่มสกิลการเป็นมือโปร และทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวคุณ! ในบรรดาความรู้เรื่อง Body Language ทั้งหมด ภาษากายที่ใช้ในการพรีเซนต์งาน…

body languages
Marketing Psychology
เช็กก่อนใคร! ตำแหน่งของ Body Language ตัวช่วยอ่านพฤติกรรมคนจากภาษากาย

Topic Summary อยากรู้ไหม? เวลาอ่านใจคนจากภาษากาย ตำแหน่งของ Body Language ส่วนใดบ้างที่คุณต้องดู และแต่ละตำแหน่งมีความสำคัญอย่างไร ใคร ๆ ก็อยากเชี่ยวชาญการอ่านใจคนด้วยภาษากาย…

what is psychology of pricing
News
เข้าใจจิตวิทยาราคา พร้อมแจกกลยุทธ์การตั้งราคา ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วกว่าที่เคย

เพิ่งเปิดธุรกิจใหม่ ควรตั้งราคาอย่างไรดี Digital Tips แชร์เทคนิคการตั้งราคาตามหลักจิตวิทยา พร้อมเคลียร์ชัดความหมายของจิตวิทยาราคา อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที! Content Summary  จิตวิทยาราคา คือ การกำหนดราคาสินค้าโดยอ้างอิงจากการรับรู้ทางจิตวิทยา…